52
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๕
(๓) รั ฐ บาลจะเพิ่ ม ประสิ ท ธิ ภ าพการสื บ สวนสอบสวนการป้ อ งกั น และปราบปราม
อาชญากรรม การน�ำมาตรการทางภาษี และการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินมาใช้ในการด�ำเนินการ
ต่อผู้กระท�ำผิด ดูแลแก้ไขและฟื้นฟูพัฒนาผู้กระท�ำความผิดเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการยุติธรรมเด็ก
และเยาวชน การคุมประพฤติ การบังคับคดี และส่งเสริมความยุติธรรมและความเป็นธรรมในจังหวัด
ชายแดนภาคใต้ และ
(๔) รั ฐ บาลจะป้ อ งกั น และปราบปรามอาชญากรรมเชิ ง รุ ก โดยประชาชนมี ส ่ ว นร่ ว ม
จัดให้มีกลไกการบริหารจัดการแบบครบวงจร วิเคราะห์แนวโน้มของอาชญากรรมล่วงหน้าน�ำเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่ อ สารที่ ทั น สมั ย มาใช้ ใ นการควบคุ ม อาชญากรรม รวมทั้ ง รณรงค์ ใ ห้ ป ระชาชน
มีส่วนร่วมเป็นพลังแผ่นดินในการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาอาชญากรรม
(๓) ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน อันเป็นมาตรฐานส�ำหรับนานาประเทศที่มุ่งจะ
คุ้มครอง และส่งเสริมการเคารพสิทธิและเสรีภาพของประชาชน
(๔) กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ซึ่งเป็นพันธกรณี
ระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคีและมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม ได้วางหลักการด้านสิทธิในกระบวนการ
ยุติธรรมที่รัฐจะต้องพิจารณาด�ำเนินการไว้อย่างครอบคลุม ทั้งประเด็นการตรากฎหมาย การบังคับใช้
กฎหมาย และการพัฒนาระบบกระบวนการยุติธรรม ซึ่งรัฐที่เป็นภาคีมีหน้าที่ในการด�ำเนินการผ่าน
กระบวนการต่างๆ เพื่อจุดมุ่งหมายในการคุ้มครองสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นรูปธรรม
จริงจัง และยั่งยืน
๒)
สถานการณ์สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
(๑) สถานการณ์ด้านกฎหมาย
(๑.๑) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๘๑ บัญญัติให้
มีกฎหมายจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลด�ำเนินการแล้ว แต่รัฐบาลยังไม่ได้เร่งให้มีกฎหมาย
จัดตั้งองค์กรปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
(๑.๒) กฎหมายที่ รั ฐ สภาประกาศใช้ บั ง คั บ ในปี ๒๕๕๕ มี ทั้ ง หมด ๑๘ ฉบั บ ซึ่ ง มี
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ๔ ฉบับ คือ
พระราชบั ญ ญั ติ แ ก้ ไขเพิ่ ม เติ ม พระธรรมนู ญ ศาลยุ ติ ธ รรม (ฉบั บ ที่ ๔)
พ.ศ. ๒๕๕๕ (ก� ำ หนดต� ำ แหน่ ง รองอธิ บ ดี ผู ้ พิ พ ากษาภาคและอ� ำ นาจหน้ า ที่ ข องอธิ บ ดี ผู ้ พิ พ ากษาภาค
และรองอธิบดีผู้พิพากษาภาค)
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองนครสวรรค์ พ.ศ. ๒๕๕๕
l
l