50
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๕
๒.๒ สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
๑)
เกณฑ์กำรประเมินสถำนกำรณ์สิทธิในกระบวนกำรยุติธรรม
(๑) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐
มาตรา ๓๙ วางหลักไว้ว่า “บุคคลไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแต่ได้กระท�าการอันกฎหมาย
ที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระท�านั้นบัญญัติเป็นความผิดและก�าหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่บุคคลนั้นจะหนักกว่า
โทษที่ก�าหนดไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระท�าความผิดมิได้
ในคดีอาญา ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้ต้องหาหรือจ�าเลยไม่มีความผิด
ก่อนมีค�าพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระท�าความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้น
เสมือนเป็นผู้กระท�าความผิดมิได้”
มาตรา ๔๐ ได้วางหลักไว้ว่าบุคคลย่อมมีสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ดังต่อไปนี้
(๑) สิทธิเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง
(๒) สิทธิพื้นฐานในกระบวนพิจารณา ซึ่งอย่างน้อยต้องมีหลักประกันขั้นพื้นฐาน เรื่องการ
ได้รับการพิจารณาโดยเปิดเผย การได้รับทราบข้อเท็จจริงและตรวจเอกสารอย่างเพียงพอ การเสนอ
ข้อเท็จจริง ข้อโต้แย้ง และพยานหลักฐานของตน การคัดค้านผู้พิพากษาหรือตุลาการ การได้รับการ
พิจารณาโดยผู้พิพากษาหรือตุลาการที่นั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะ และการได้รับทราบเหตุผลประกอบ
ค�าวินิจฉัย ค�าพิพากษา หรือค�าสั่ง
(๓) บุ ค คลย่ อ มมี สิ ท ธิ ที่ จ ะให้ ค ดี ข องตนได้ รั บ การพิ จ ารณาอย่ า งถู ก ต้ อ ง รวดเร็ ว และ
เป็นธรรม
(๔) ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา โจทก์ จ�าเลย คู่กรณี ผู้มีส่วนได้เสีย หรือพยานในคดีมีสิทธิได้รับ
การปฏิบัติที่เหมาะสมในการด�าเนินการตามกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งสิทธิในการได้รับการสอบสวน
อย่างถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม และการไม่ให้ถ้อยค�าเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง
(๕) ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา จ�าเลย และพยานในคดีอาญา มีสิทธิได้รับความคุ้มครอง และ
ความช่วยเหลือที่จ�าเป็นและเ��มาะสมจากรัฐ ส่วนค่าตอบแทน ค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายที่จ�าเป็น ให้เป็น
ไปตามที่กฎหมายบัญญัติ