47
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๕
๓)
การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของ
บุคคลและสื่อมวลชน
การชุ ม นุ ม ทางการเมื อ งเป็ น การแสดงความคิ ด เห็ น ของบุ ค คลย่ อ มได้ รั บ ความคุ ้ ม ครองตาม
รั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจั ก รไทย พุ ท ธศั ก ราช ๒๕๕๐ มาตรา ๔๕ - ๔๘ ซึ่ ง ประกั น เสรี ภ าพของ
บุคคลในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพในการเผยแพร่ข่าวสารของสื่อมวลชน แต่การจ�ำกัดเสรีภาพ
การแสดงความคิ ด เห็ น เฉพาะเพื่ อ รั ก ษาความมั่ น คงของรั ฐ ไม่ ล ะเมิ ด สิ ท ธิ ข องผู ้ อื่ น และเพื่ อ รั ก ษา
ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีตามกฎหมาย นอกจากนี้ กติการะห���่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง
และสิทธิทางการเมือง ในข้อ ๑๙ วรรคสอง รวมถึงข้อเสนอแนะจากกระบวนการ UPR ที่ประเทศไทย
ยอมรับเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงความเห็น
สถานการณ์โดยรวมในเรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน ในรอบปี
ที่ผ่านมายังมีข้อจ�ำกัด แม้มีการศึกษาเพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติการกระท�ำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
พ.ศ. ๒๕๕๐ ประเด็นหมิ่นประมาทโดยลดโทษลง แต่การคงความผิดที่กระทบความมั่นคงไว้ เท่ากับ
เป็ น การเปิ ด โอกาสให้ เจ้ า หน้ า ที่ ข องรั ฐ ใช้ ดุ ล พิ นิ จ นอกจากนี้ กสทช. ซึ่ ง อยู ่ ใ นระยะเริ่ ม ด� ำ เนิ น การ
ในการก�ำกับดูแลสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนจากการประกอบ
กิจการดังกล่าว ก็ยังไม่ได้แสดงบทบาทดังกล่าวมากนัก ส่วนเรื่องการน�ำเสนอข่าวของสื่อมวลนั้น ถึงแม้
การเลือกรับข้อมูลข่าวสารจะถือเป็นสิทธิเสรีภาพตามกฎหมาย แต่สื่อควรน�ำเสนอข่าวอย่างเที่ยงธรรม
ปราศจากอคติ ค�ำนึงถึงความถูกต้องและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยมีความรับผิดชอบภายใต้
กรอบจริยธรรมแห่งวิชาชีพ