44
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๕
ส่ ว นการแก้ ไขพระราชบั ญ ญั ติ ก ารกระท� ำ ความผิ ด เกี่ ย วกั บ คอมพิ ว เตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐
ในประเด็นหมิ่นประมาท เช่น มาตรา ๑๔ (๑) และมาตรา ๑๖ ๒๓ ซึ่งช่วง ๕ - ๖ ปีที่ผ่านมา ได้น�ำมา
ตีความปะปนกับความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา อันบิดเบือนจากเจตนารมณ์
แห่ ง กฎหมาย ซึ่ ง กฎหมายดั ง กล่ า วอยู ่ ร ะหว่ า งการศึ ก ษาของกระทรวงเทคโนโลยี ส ารสนเทศและ
การสื่ อ สารเพื่ อ ปรั บ ปรุ ง แก้ ไข คาดว่ า ร่ า งแรกน่ า จะแล้ ว เสร็ จ และเปิ ด รั บ ฟั ง ความเห็ น ในปี ๒๕๕๖
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการด้านกฎหมายบางท่านเห็นว่า แม้ร่างพระราชบัญญัติฉบับแก้ไขจะปรับลดโทษ
การกระท�ำผิดตามมาตรา ๑๔ (๑) แต่การคงความผิดทีก่ ระทบความมัน่ คงตามมาตรา ๑๔ (๒) และ (๓) ๒๔
อาจเปิดให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจจนเกิดความไม่มั่นคงกับประชาชน ๒๕ ในเรื่องนี้ กสม. ได้ให้ความส�ำคัญ
โดยให้ ค ณะอนุ ก รรมการด้ า นสิ ท ธิ พ ลเมื อ งและสิ ท ธิ ท างการเมื อ งศึ ก ษาการแก้ ไขกฎหมายดั ง กล่ า ว
ซึ่งปัจจุบันกฎหมายทั้งสองฉบับดังกล่าวก็ยังไม่ได้มีการแก้ไขแต่อย่างใด
(๒) เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของสื่อมวลชน
ขณะที่สังคมไทยมีความแตกแยกทางความคิดและอุดมการณ์ทางการเมือง การท�ำหน้าที่
ของสื่อมวลชนบางประเภทหรือผู้สื่อข่าวบางคนถูกตั้งค�ำถามเกี่ยวกับความเป็นกลางและจริยธรรมของ
สื่อมวลชน เช่น กรณีสื่อมวลชนบางคนร่วมเดินทางไปดูงานในทวีปยุโรปกับประธานรัฐสภา กรณีบริษัท
ไร่ส้ม จ�ำกัด ซึ่งนายสรยุทธ์ สุทัศนะจินดา เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท ถูกคณะกรรมการป้องกันและ
ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) มีมติเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๕ ให้ส่งเรื่อง
ให้ อั ย การส่ ง ฟ้ อ งศาลข้ อ หาสนั บ สนุ น เจ้ า หน้ า ที่ ป ฏิ บั ติ ห น้ า ที่ โ ดยมิ ช อบ เนื่ อ งจากโฆษณาเกิ น เวลา
โดยไม่เก็บเงินค่าโฆษณาในช่วงเวลาดังกล่าว ๒๖
๒๓ มาตรา ๑๔ (๑) นําเขาสูระบบคอมพิวเตอรซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรปลอมไมวาทั้งหมดหรือบางสวน หรือขอมูลคอมพิวเตอร
อันเปนเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแกผูอื่นหรือประชาชนมาตรา ๑๖ ผูใดนําเขาสูระบบคอมพิวเตอรที่ประชาชน
ทั่วไปอาจเขาถึงไดซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรที่ปรากฏเปนภาพของผูอื่น และภาพนั้นเปนภาพที่เกิดจากการสรางขึ้น ตัดตอ เติมหรือ
ดัดแปลงดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสหรือวิธีการอื่นใด ทั้งนี้โดยประการที่นาจะทําใหผูอื่นนั้น เสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง
หรือไดรับความอับอาย ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามปหรือปรับไมเกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
๒๔ มาตรา ๑๔ (๒) นําเขาสูระบบคอมพิวเตอรซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรอันเปนเท็จ โดยประการที่นาจะเกิดความเสียหายตอความมั่นคง
ของประเทศหรือกอใหเกิดความตื่นตระหนกแกประชาชน และ (๓) นําเขาสูระบบคอมพิวเตอรซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรใดๆ อันเปน
ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแหงราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการกอการรายตามประมวลกฎหมายอาญา
๒๕ มติชนออนไลน์ ��ันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๖, www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1368327758&grpid=03&
catid=03
๒๖ http://news.sanook.com/1143483