34
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๕
นอกจากสนธิสัญญาหลัก ๗ ฉบับข้างต้นแล้ว ประเทศไทยยังได้เข้าเป็นภาคีพิธีสารเลือกรับของ
สนธิ สั ญ ญาดั ง กล่ า วบางฉบั บ ที่ เ ป็ น การขยายการคุ ้ ม ครองสิ ท ธิ ใ ห้ ก ว้ า งขวางขึ้ น จากสนธิ สั ญ ญาหลั ก
โดยพิธีสารที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีแล้ว มี ๓ ฉบับ ได้แก่
(๑) พิ ธี ส ารเลื อ กรั บ ของอนุ สั ญ ญาว่ า ด้ ว ยการขจั ด การเลื อ กปฏิ บั ติ ต ่ อ สตรี ใ นทุ ก รู ป แบบ
(Optional Protocol to the Convention on the Elimination of All Forms of
Discrimination Against Women) ซึง่ มีสาระส�ำคัญเกีย่ วกับการยอมรับอ�ำนาจของคณะกรรมการ
ประจ�ำอนุสัญญาฯ ในการรับและพิจารณาข้อร้องเรียน ในกรณีที่มีการละเมิดพันธกรณีภายใต้
อนุ สั ญ ญาฯ โดยผู ้ ร ้ อ งเรี ย นอาจเป็ น บุ ค คล กลุ ่ ม บุ ค คลในนามผู ้ ถู ก ละเมิ ด สิ ท ธิ ก็ ไ ด้
ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันพิธีสารฉบับนี้ เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๓
(๒) พิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ว่าด้วยการขายเด็ก โสเภณีเด็ก และสื่อลามก
ที่เกี่ยวกับเด็ก (Optional Protocol to the Convention on the Rights of the Child
on the Sale of Children, Child Prostitution and Child Pornography) ประเทศไทย
ได้เข้าเป็นภาคีพิธีสารดังกล่าวด้วยการภาคยานุวัติ เมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๔๙
(๓) พิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ว่าด้วยสภาวะความขัดแย้งที่มีการใช้อาวุธ
(Optional Protocol to the Convention on the Rights of the Child on the
Involvement of Children in Armed Conflict) ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีพิธีสารฉบับนี้
ด้วยการภาคยานุวัติ เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙
นอกจากสนธิสัญญาหลักและพิธีสารดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีอนุสัญญาที่เกี่ยวกับสิทธิแรงงาน
ที่จัดท�ำขึ้นในกรอบองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Orgainzation : ILO)
ที่ประเทศไทยได้ให้สัตยาบัน จ�ำนวน ๑๕ ฉบับ รวมทั้งมาตรฐานระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนในเรื่อง
ต่างๆ ที่สหประชาชาติจัดท�ำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางให้ประเทศต่างๆ ยึดถือปฏิบัติ แม้ว่ามาตรฐานดังกล่าวจะ
ไม่มีผลผูกพันตามกฎหมายอย่างสนธิสัญญา แต่ก็เป็นแนวปฏิบัติที่ประเทศต่างๆ มักให้การยอมรับโดยทั่วไป
จึงอาจน�ำมาใช้ประกอบการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยได้ตามความเหมาะสม
ในการจัดท�ำรายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยฉบับนี้ กสม. จะได้น�ำ
กรอบการประเมินที่กล่าวข้างต้นใช้ในการวิเคราะห์ว่า รัฐได้ด�ำเนินการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิต่างๆ
ตามที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญและกฎหมายภายในของประเทศ รวมทั้งในสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่ไทย
เป็นภาคีมากน้อยเพียงใด และในกรณีที่เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน จะได้มีการวิเคราะห์ว่า การละเมิด
สิทธิมนุษยชนนั้นเกิดจากสาเหตุใด รัฐได้เข้าไปด�ำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหรือไม่อย่างไร และการ
ด�ำเนินการนั้นส่งผลให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองสิทธิในทางปฏิบัติหรือไม่เพียงใด หากการด�ำเนินการ
ของรัฐไม่เพียงพอ ก็เป็นหน้าที่ของ กสม. ในฐานะกลไกที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบการด�ำเนินงานด้าน
สิทธิมนุษยชนของรัฐ ที่จะต้องให้ข้อเสนอแนะแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาต่อรัฐบาลและ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สิทธิต่างๆ ที่ได้รับการรับรองและคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมายไทย
และพันธกรณีระหว่างประเทศเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง