20
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๕
นอกจากนี้ นโยบายการยุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา แต่อาจ
ส่งผลกระทบต่อสิทธิในการศึกษาของเด็กบางส่วน รวมทั้งนโยบายการรับนักเรียนเข้าเรียนในสถานศึกษา
ที่เกี่ยวกับเงินบริจาค (เงินแป๊ะเจี๊ยะ) เป็นการตัดโอกาสเด็กที่มีความสามารถ แต่ฐานะทางเศรษฐกิจ
ไม่เอื้อในการเข้าเรียน ซึ่งถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมโดยเหตุความแตกต่างทางเศรษฐกิจ
จึงขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐ วรรคสาม การไม่เลือก
ปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม และ
มาตรา ๔๙ วรรคแรก ซึ่งรับรองว่า บุคคลมีสิทธิเสมอกันในการศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๒ ปี โดยรัฐมีหน้าที่
จัดให้โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
๒.๕ การคุ้มครองและช่วยเหลือกลุ่มที่เสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน
๒.๕.๑ สิทธิเด็ก
ประเทศไทยได้ลงนามในพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก เรื่อง กระบวนการ
ติดต่อร้องเรียนเป็นประเทศแรกของโลก และได้มีการก�ำหนดยุทธศาสตร์ระดับชาติ แผนงาน มาตรการและ
ระดมทรัพยากรเพื่อแก้ไขปัญหาเด็ก แต่ก็พบว่า ยังมีปัญหาการใช้ความรุนแรงต่อเด็ก การล่วงละเมิด
ทางเพศ ปัญหาเด็กเร่รอน ปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น ซึ่งเกิดจากวัยรุ่นเข้าไม่ถึงข้อมูลภาวะอนามัย
เจริญพันธุ์ และเมื่อตั้งครรภ์แล้ว ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการดูแลครรภ์ที่เหมาะสม
ดังนั้น รัฐบาลควรเพิ่มการจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาเด็ก เช่น การให้ความส�ำคัญ
ในการจัดสรรงบประมาณให้กองทุนคุ้มครองเด็ก กองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้า เป็นต้น
และรั ฐ ต้ องเร่ง สร้างความรู้ ความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
เร่งออกกฎหมายร่างพระราชบัญญัติปราบปรามสิ่งยั่วยุพฤติกรรมอันตราย พ.ศ. .... เพื่อใช้เป็นมาตรการ
การป้องกันและปราบปรามการกระท�ำผิดตามพิธีสารเลือกรับ เรื่องการขายเด็ก การค้าประเวณี และ
สื่อลามกที่เกี่ยวกับเด็ก
๒.๕.๒ สิทธิสตรี
รัฐได้ก�ำหนดนโยบายและมาตรการที่ส่งเสริมสิทธิสตรี อาทิ การยกเลิกข้อสงวนข้อ ๑๖
เรื่ อ ง สิ ท ธิ ท างครอบครั ว และการสมรส ของอนุ สั ญ ญาว่ า ด้ ว ยการขจั ด การเลื อ กประติ บั ติ ต ่ อ สตรี ใ น
ทุกรูปแบบ ก�ำหนดให้ผู้หญิง ผู้ชายมีสิทธิเท่าเทียมกันในเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับการสมรส การขาดจากการ
สมรส การมีบุตร ความรับผิดชอบต่อบุตร การเลือกใช้นามสกุล การประกอบอาชีพ การจัดการทรัพย์สิน
การมีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๕ ให้ข้าราชการและลูกจ้างราชการชายได้รับอนุญาต
ลาไปช่ ว ยเหลื อ ภรรยาที่ ค ลอดบุ ต ร โดยมี สิ ท ธิ ไ ด้ รั บ เงิ น เดื อ นในระหว่ า งลาได้ ไ ม่ เ กิ น ๑๕ วั น ท� ำ การ