15
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๕
๒.๑.๒ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน
ในปี ๒๕๕๕ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชนยังมีข้อจ�ำกัด
มีการคุกคาม แทรกแซง และละเมิดสิทธิเสรีภาพของสื่ออย่างต่อเนื่อง อาทิ กรณีผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์
ช่องหนึ่งสัมภาษณ์ จนท�ำให้เกิดการกระทบกระทั่งกับรองนายกรัฐมนตรีในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ หรือ
กรณีการท�ำร้ายร่างกายจับกุมช่างภาพสื่อมวลชนในเหตุการณ์การสลายการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม
องค์การพิทักษ์สยาม ซึ่งการที่เจ้าหน้าที่ต�ำรวจใช้ก�ำลังควบคุมตัวช่างภาพสื่อมวลชนขณะปฏิบัติหน้าที่
ถือเป็นการกระท�ำที่เกินกว่าเหตุ และเป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน
ถึงแม้จะมีการศึกษาเพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติการกระท�ำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
พ.ศ. ๒๕๕๐ ประเด็นหมิ่นประมาทโดยลดโทษลง แต่การคงความผิดที่กระทบความมั่นคงไว้ เท่ากับเป็น
การเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ดุลพินิจ นอกจากนี้ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการ
โทรทั ศ น์ และกิ จ การโทรคมนาคม (กสทช.) ซึ่ ง อยู ่ ใ นระยะเริ่ ม ด� ำ เนิ น การในการก� ำ กั บ ดู แ ลสื่ อ
อิเล็กทรอนิกส์ ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนจากการประกอบกิจการก็ยังไม่ได้
แสดงบทบาทดังกล่าวมากนัก ส่วนเรื่องการน�ำเสนอข่าวของสื่อมวลชนนั้น ความแตกแยกทางความคิด
และอุดมการณ์ทางการเมือง ท�ำให้สื่อบางรายมีการเลือกข้างทางการเมืองอย่างชัดเจน และผู้สื่อข่าว
บางคนถูกตั้งค�ำถามเกี่ยวกับความเป็นกลางและจริยธรรมของสื่อมวลชน ดังนั้น สื่อมวลชนควรมีความ
ตระหนักและยึดหลักในการท�ำหน้าที่น�ำเสนอข่าวอย่างเที่ยงธรรม ปราศจากอคติ ค�ำนึงถึงความถูกต้อง
และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยมีความรับผิดชอบภายใต้กรอบจริยธรรมแห่งวิชาชีพ
๒.๑.๓ การป้องกัน เยียวยาผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนน
ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนโดยเฉลี่ยประมาณปีละ ๑๓,๐๐๐ คน และ
มีผู้บาดเจ็บอีกกว่าล้านคน แต่ข้อมูลจากรายงานการด�ำเนินงานเกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนนทั่วโลก
(Global Status Report on Road Safety) ขององค์กรอนามัยโลกฉบับล่าสุด ระบุว่า ในปี ๒๕๕๕
ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนกว่า ๒๖,๐๐๐ คน หรือ ๓๘.๑ ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน
จัดเป็นประเทศที่มีอัตราการตายจากอุบัติเหตุ��างถนนสูงสุดเป็นอันดับ ๓ ของโลก ที่ผ่านมาดูเหมือนว่า
รัฐบาลไทยให้ความส�ำคัญกับการอ�ำนวยความสะดวกในการสัญจรมากกว่าการป้องกันหรือลดอุบัติเหตุ
ทางถนน จึงเห็นว่ารัฐบาลควรก�ำหนดให้ปัญหาความปลอดภัยทางถนนเป็นเรื่องเร่งด่วนของประเทศ
และมีมาตรการในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังตลอดทั้งปี มิใช่ด�ำเนินการเฉพาะในช่วงเทศกาล นอกจากนี้
รัฐบาลควรจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณให้กับการด�ำเนินงานเพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่าง
เพียงพอ และควรมีการประเมินผลการด�ำเนินงานว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่อย่างไร เพื่อให้
สิทธิในชีวิตของประชาชนได้รับการคุ้มครองอย่างแท้จริง