14 รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๕ การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๕ มีสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน ที่สำ�คัญ ดังนี้ ๒.๑ สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ๒.๑.๑ การแสดงความคิดเห็น การชุมนุมทางการเมือง ในการสร้างความสมานฉันท์ รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหา ความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ซึ่งได้จัดท�ำรายงานฉบับสมบูรณ์ โดยมีข้อเสนอ เช่น การน�ำ ผู้กระท�ำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยเคารพสิทธิของผู้ต้องหา จ�ำเลย ผู้เสียหาย เยียวยา ฟื้นฟูผู้ถูก ด�ำเนินคดีโดยไม่เป็นธรรม ไม่เร่งรัดการนิรโทษกรรม และการให้สัตยาบันธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญา ระหว่างประเทศ แต่รัฐบาลได้ตอบรับข้อเสนอแนะเพียงบางข้อ เช่น การช่วยเหลือเยียวยาด้านการเงินแก่ ผู้เสียหายจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ขณะเดียวกันกลับเร่งรัดการจัดท�ำร่างพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมอันเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับข้อเสนอของ คอป. การชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธเป็นเสรีภาพที่ประชาชนต้องได้รับการรับรองและคุ้มครอง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖๓ รัฐจะต้องเคารพสิทธิของประชาชนทุกคน ทั้งสิทธิและเสรีภาพในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน รวมถึงกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ข้อ ๑๙ และ ๒๑ อีกด้วย แต่จากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองของ องค์การพิทักษ์สยามและภาคีเครือข่าย เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๕ และวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ รั ฐ บาลได้ มี ก ารประกาศใช้ พ ระราชบั ญ ญั ติ ก ารรั ก ษาความมั่ น คงภายในราชอาณาจั ก ร พ.ศ. ๒๕๕๑ การตั้งจุดสกัดผู้ที่จะเข้ามาร่วมการชุมนุม เพื่อปิดกั้นเสรีภาพในการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งเป็นการชุมนุม ของกลุ่มที่มีความเห็นที่ตรงข้ามกับฝ่ายรัฐบาลนั้น แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลไม่ได้ให้การรับรองเสรีภาพ ในการชุ ม นุ ม ตามเจตนารมณ์ แ ห่ ง รั ฐ ธรรมนู ญ และกติ ก าระหว่ า งประเทศว่ า ด้ ว ยสิ ท ธิ พ ลเมื อ งและ สิ ท ธิ ท างการเมืองดัง กล่าว ซึ่ง บัญ ญัติว่าการจ�ำกัดสิทธิแ ละเสรีภาพของบุค คลที่รัฐ ธรรมนูญรับรองไว้ จะกระท�ำได้ แต่โดยอาศัยอ�ำนาจบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และจะกระทบกระเทือนสาระส�ำคัญแห่งสิทธิ และเสรี ภ าพนั้ น ไม่ ไ ด้ ซึ่ ง พระราชบั ญ ญั ติ ก ารรั ก ษาความมั่ น คงภายในราชอาณาจั ก ร พ.ศ. ๒๕๕๑ มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง แก้ไข หรือบรรเทาเหตุการณ์ อันกระทบต่อความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ดังนั้น การประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ ก่อนการชุมนุม การสกัดการชุมนุม การใช้แก๊สน้ำตาและรถฉีดน้ำใส่กลุ่มผู้ชุมนุม โดยยังไม่มี สั ญ ญาณบ่ ง ชี้ ว ่ า จะมี เ หตุ ก ารณ์ รุ น แรงที่ จ ะกระทบต่ อ ความมั่ น คงภายในประเทศ จึ ง ไม่ ส อดคล้ อ งกั บ เจตนารมณ์แห่งกฎหมายทั้งสองฉบับดังกล่าว

Select target paragraph3