13 รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๕ (๕) อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกประติบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ (๖) อนุ สั ญ ญาว่ า ด้ ว ยการต่ อ ต้ า นการทรมาน และการประติ บั ติ ห รื อ การลงโทษอื่ น ที่ โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย�่ำยี และ (๗) อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิของคนพิการ ส�ำหรับสนธิสัญญาหลักอีก ๒ ฉบับที่ประเทศไทยยังไม่ได้เข้าเป็นภาคี ได้แก่ (๑) อนุ สั ญ ญาว่ า ด้ ว ยการคุ ้ ม ครองบุ ค คลมิ ใ ห้ ถู ก บั ง คั บ ให้ สู ญ หาย ซึ่ ง เป็ น อนุ สั ญ ญาที่ ประเทศไทยได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะเข้าเป็นภาคีโดยได้ลงนามในอนุสัญญาฯ ไปแล้ว แต่จะยังไม่มีผลบังคับใช้ จนกว่าประเทศไทยจะปรับแก้กฎหมายภายในให้สอดคล้อง กับอนุสัญญาฯ และให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาดังกล่าว และ (๒) อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของแรงงานโยกย้ายถิ่นฐานและสมาชิกในครอบครัว และนอกจากสนธิสัญญาหลัก ๗ ฉบับข้างต้นแล้ว ประเทศไทยยังได้เข้าเป็นภาคีพิธีสารเลือกรับ ของสนธิสัญญาดังกล่าวบางฉบับที่เป็นการขยายการคุ้มครองสิทธิให้กว้างขวางขึ้นจากสนธิสัญญาหลัก โดยพิธีสารที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีแล้วมี ๓ ฉบับ ได้แก่ (๑) พิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกประติบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (๒) พิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กว่าด้วยกา��ขายเด็ก โสเภณีเด็ก และ สื่อลามกที่เกี่ยวกับเด็ก และ (๓) พิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กว่าด้วยสภาวะความขัดแย้งที่มีการใช้อาวุธ นอกจากนี้ ยังมีอนุสัญญาที่เกี่ยวกับสิทธิแรงงานที่จัดท�ำขึ้นในกรอบองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) ที่ประเทศไทยได้ให้สัตยาบัน จ�ำนวน ๑๕ ฉบับ รวมทั้ง มาตรฐานระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนในเรื่องต่างๆ ที่สหประชาชาติจัดท�ำขึ้น เพื่อเป็นแนวทาง ให้ประเทศต่างๆ ยึดถือปฏิบัติ ในการจัดท�ำรายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยฉบับนี้ กสม. จะได้น�ำ กรอบการประเมินที่กล่าวข้างต้นมาใช้ในการวิเคราะห์ว่า รัฐได้ด�ำเนินการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิต่างๆ ตามที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญและกฎหมายภายในของประเทศ รวมทั้งในสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่ไทย เป็นภาคีมากน้อยเพียงใด และในกรณีที่เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน จะได้มีการวิเคราะห์ว่าการละเมิด สิทธิมนุษยชนนั้นเกิดจากสาเหตุใด รัฐได้เข้าไปด�ำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหรือไม่อย่างไร และ การด�ำเนินการนัน้ ส่งผลให้ประชาชนได้รบั การคุม้ ครองสิทธิในทางปฏิบตั หิ รือไม่เพียงใด หากการด�ำเนินการ ของรัฐไม่เพียงพอ ก็เป็นหน้าที่ของ กสม. ในฐานะกลไกที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบการด�ำเนินงานด้าน สิทธิมนุษยชนของรัฐ ที่จะต้องให้ข้อเสนอแนะแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาต่อรัฐบาลและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สิทธิต่างๆ ที่ได้รับการรับรองและคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมายไทย และพันธกรณีระหว่างประเทศเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง

Select target paragraph3