ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน แม้ในค�ำตัดสินคดี Yanomami หรือในรายงานว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศ เอกวาดอร์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนยังไม่มีการรับรองสิทธิในสิ่งแวดล้อมในฐานะเป็นสิทธิมนุษยชนประเภทหนึ่งใน ตัวเอง โดยยังคงอ้างอิงการละเมิดสิทธิในการมีชีวิตเพื่อแสดงถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่ก็ตาม แต่คดี Yanomami ได้ เกิดขึ้นในปี ค.ศ. ๑๙๘๙ และรายงานว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศเอกวาดอร์ได้ท�ำขึ้นในปี ค.ศ. ๑๙๙๗ อันเป็นช่วงเวลาก่อนที่พิธีสารซานซัลวาดอร์มีผลบังคับใช้ในปี ค.ศ. ๑๙๙๙ ซึ่งในช่วงเวลาก่อนการมีผลบังคับใช้ของพิธีสาร ซานซัลวาดอร์นั้น อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งอเมริกายังไม่มีการกล่าวรับรองถึงสิทธิในสิ่งแวดล้อม แต่ในปัจจุบัน พิธีสารซานซัลวาดอร์มีผลบังคับใช้แล้ว แนวทางการตีความเมื่อเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมน่าจะเปลี่ยนแปลงไปให้สอดคล้อง กับพิธีสารซานซัลวาดอร์ จึงยังคงต้องพิจารณาต่อไปว่า ในอนาคตจะมีแนวทางค�ำตัดสินหรือค�ำพิพากษาตีความสิทธิที่ได้ รับการรับรองตามมาตรา ๑๑ นี้เป็นสิทธิในสิ่งแวดล้อม (Right to Environment) ในฐานะสิทธิมนุษยชนประเภทหนึ่งโดย เอกเทศจากสิทธิในชีวิตหรือไม่ เนื่องจากถ้อยค�ำที่ใช้ ยังคงสะท้อนถึงการเชื่อมโยงการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมเข้ากับสิทธิใน การมีชีวิต ซึ่งเป็นสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการรับรองอยู่แล้ว กล่าวโดยสรุป จากการศึกษาแนวทางการตีความหรือตัดสินข้อพิพาทเกีย่ วกับสิง่ แวดล้อมข้างต้น เห็นได้วา่ ภูมภิ าคอเมริกาได้มพี ฒ ั นาการเกีย่ วกับการคุม้ ครองสิทธิในสิง่ แวดล้อมอย่างต่อเนือ่ ง จากการอาศัยการอ้างอิงสิทธิ ในการมีชีวิตโดยไม่ได้มีการเชื่อมโยงเข้ากับสิ่งแวดล้อมไว้อย่างชัดเจน ในคดี Yanomami v. Brazil จนต่อมาคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนได้วางแนวทางไว้อย่างชัดเจนมากขึ้นว่าคุณภาพสิ่งแวดล้อมมีความเกี่ยวโยงกับสิทธิในการมีชีวิต โดยระบุ ข้อคิดเห็นนี้ไว้ในรายงานว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศเอกวาดอร์ และในปัจจุบันได้มีการรับรองสิทธิในการ มีชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่ดีไว้ในพิธีสารซัลวาดอร์ ซึ่งยังคงเป็นการยึดโยงการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมเข้ากับสิทธิในการมีชีวิตอยู่ ๓.๓ การบัง คับใช้สิท ธิมนุษยชนที่เกี่ ยวกั บ สิ่ งแวดล้ อ มขององค์ ก ารระหว่ างประเทศด้ า น สิทธิมนุษยชนแห่งภูมิภาคแอฟริกา ๓.๓.๑ กฎบัตรแห่งแอฟริกันว่าด้วยสิทธิประชาชนและมนุษยชน (The African Charter on Human and Peoples’ Rights (the Banjul Charter)) The African Charter on Human and Peoples’ Rights หรือทีร่ จู้ กั กันในอีกชือ่ ว่า The Banjul Charter เป็นตราสารสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศในระดับภูมิภาคที่มีชื่อเสียง ซึ่งได้รับการรับรองโดยประมุขของรัฐและผู้น�ำ รัฐบาลของประเทศในกลุ่มแอฟริกา ในการประชุมสมัยสามัญ ครั้งที่ ๑๘ ขององค์การเอกภาพแอฟริกา เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ค.ศ. ๑๙๘๑ ณ เมืองไนโรบี ประเทศเคนยา กฎบัตรฉบับนี้ได้รับการให้สัตยาบันจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค และมีผลผูกพันในวันที่ ๒๑ ตุลาคม ค.ศ. ๑๙๘๖ มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพ ขัน้ พืน้ ฐานในทวีปแอฟริกา โดยรับรองทัง้ สิทธิของปัจเจกชน (Individuals) และสิทธิของประชาชน (Peoples) นอกจากนี้ เนือ้ หาในกฎบัตรฉบับนี้ ยังก�ำหนดเรือ่ งหน้าทีไ่ ว้ดว้ ย ซึง่ ถือว่าเป็นเครือ่ งมือทางสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศทีม่ เี อกลักษณ์92 92 From “Enhancing Environmental Protection and Socio-Economic Development in Africa: A Fresh Look at the Right to a General Satisfactory Environment under the African Charter on Human and Peoples’ Rights” by Emeka Polycarp Amechi (2009) Law, Environment and Development Journal Vol 5/1, pp. 60-72. Retrieved from http://www. lead-journal.org/content/09058.pdf. 93

Select target paragraph3