ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ๑.๓ ระเบียบวิธีวิจัย เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ซึ่งประกอบด้วย: ๑.๓.๑ การทบทวนวรรณกรรม (Literature Review) การวิเคราะห์ความรู้จากเอกสาร องค์ความรู้ และงานวิจัยที่ เกี่ยวข้อง เพื่อหาค�ำตอบในประเด็นที่มุ่งเน้นในขอบเขตของงานวิจัย ๑.๓.๒ จัดประชุมรับฟังความเห็นของนักวิชาการ ผู้ปฏิบัติงาน และผู้เกี่ยวข้องกับด้านสิทธิมนุษยชนและด้าน สิ่งแวดล้อม จ�ำนวน ๒ ครั้ง ดังนี้ ๑.๓.๒.๑ ประชุมรับฟังความเห็นในระหว่างการด�ำเนินการศึกษา ๑ ครั้ง จ�ำนวนไม่เกิน ๒๐ คน ๑.๓.๒.๒ ประชุมรับฟังความเห็นภายหลังจากจัดท�ำร่างรายงานการศึกษาวิจัยฉบับสมบูรณ์ ๑ ครั้ง จ�ำนวน ไม่เกิน ๒๐ คน ๑.๓.๓ จัดท�ำรายงานผลการศึกษาวิจัยฉบับสมบูรณ์ ๑.๔ ขอบเขตงานศึกษาวิจัย ๑.๔.๑ ทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และตราสารระหว่างประเทศทั่วไป ที่เกี่ยวข้อง กับสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมขององค์การสหประชาชาติ โดยศึกษาตราสาร Soft Law และอนุสัญญาต่าง ๆ ทั้งที่ ประเทศไทยเป็นภาคีและไม่เป็นภาคีในภาพกว้าง เพื่อเป็นพื้นฐานให้กับประเด็นสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม ๑.๔.๒ ศึกษาสนธิสัญญาหลักด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี โดยศึกษาในประเด็นที่เกี่ยวข้องหรืออาจ เกี่��วข้องกับสิทธิในสิ่งแวดล้อมโดยตรง ๑.๔.๓ ศึกษาค�ำพิพากษาศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรปค�ำพิพากษาศาลสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกา และ ค�ำพิพากษาศาลสิทธิประชาชนและสิทธิมนุษยชนของภูมภิ าคแอฟริกา ในส่วนทีเ่ กีย่ วข้องกับสิทธิมนุษยชนและสิง่ แวดล้อม ๑.๔.๔ ศึกษาวิเคราะห์กฎหมายของไทยและค�ำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญในประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ มนุษยชนและสิ่งแวดล้อม ๑.๔.๕ เสนอแนะแนวทางในการสนับสนุนสิทธิชุมชนและสิทธิในสิ่งแวดล้อมให้เป็นจริงในสังคมไทยภายใต้บริบท สากลและบริบทประเทศ ๑.๔.๖ น�ำเสนอประเด็นที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสร้างความเข้าใจพื้นฐานร่วมกันในทางวิชาการ เพื่อ ประโยชน์ในการศึกษาต่อยอดในขั้นต่อไป ๑.๕ กรอบแนวคิดการศึกษาวิจัย ในการศึกษา เรื่อง “ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับ สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” มีกรอบแนวคิดในการศึกษาวิจัย ดังนี้ 29

Select target paragraph3