89 ผลสำ�เร็จ/ ความก้าวหน้า ในการคุ้มครอง สิทธิมนุษยชน 2) สำ�นักงานศาลยุตธิ รรม แจ้งว่า ตามพระราชบัญญัตริ าชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 21 การใช้ เ ครื่ อ งพั น ธนาการกั บ ผู้ ต้ อ งขั ง มี วั ต ถุ ป ระสงค์ เ พื่ อ ควบคุ ม ไม่ ใ ห้ ผู้ ต้ อ งขั ง ที่ มี พฤติกรรมส่อว่าเป็นบุคคลวิกลจริต หรือจิตไม่สมประกอบ ซึ่งอาจทำ�อันตรายต่อชีวิต ร่างกายของตนเองหรือผูอ้ นื่ หรือมีพฤติกรรม น่าจะหลบหนีการควบคุมอันจำ�เป็นต่อการ ใช้เครือ่ งพันธนาการ จึงเห็นว่าการใช้เครือ่ งพันธนาการยังไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2550 ข้อ 7 (4) (5) และข้อ 8 (ข) ได้กำ�หนดมาตรการเกี่ยวกับอาคารสถานที่ เพื่ อ ความเหมาะสมในการรั ก ษาความปลอดภั ย โดยได้ กำ � หนดช่ อ งทางเข้ า ออก อย่างเป็นระบบ สำ�หรับรถราชทัณฑ์ที่มีหน้าที่รับส่งผู้ต้องคุมขังให้แยกช่องทางเข้าออก และที่ จ อดรถพิ เ ศษให้ ใ กล้ กั บ ห้ อ งคุ ม ขั ง และจั ด ให้ มี รั้ ว เหล็ ก กั้ น โดยรอบอาคาร ศาลยุ ติ ธ รรม เพื่ อ ป้ อ งกั น บุ ค คลมิ ใ ห้ เข้ า ใกล้ อ าคาร อี ก ทั้ ง ได้ กำ � หนดช่ อ งทางเดิ น ภายในอาคารศาลยุติธรรมอย่างเป็นสัดส่วนสำ�หรับผู้พิพากษา ผู้ต้องหาหรือจำ�เลย และผู้มาติดต่อไม่ให้ปะปนกัน สำ�หรับกรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เสนอให้จัดให้มีช่องทางเดินสำ�หรับผู้ต้องขังเป็นการเฉพาะนั้น สำ�นักงานศาลยุติธรรม ได้ประสานไปยังศาลจังหวัดพลเกี่ยวกับช่องทางเดินระหว่างที่จอดรถไปยังห้องควบคุม ของศาลได้รับแจ้งว่า ปัจจุบันศาลจังหวัดพลมีการก่อสร้างอาคารที่ทำ�การศาลหลังใหม่ ซึ่ ง อยู่ บ ริ เวณด้ า นหลั ง อาคารที่ ทำ � การศาลเดิ ม ทำ � ให้ ร ถราชทั ณ ฑ์ ท่ี นำ � ตั ว ผู้ ต้ อ งขั ง มาศาลไม่สามารถจอดรถบริเวณใกล้ห้องควบคุมได้ จึงต้องเปลี่ยนจุดจอดรถเป็นบริเวณ ด้านข้างอาคารที่ทำ�การศาล และให้ผู้ต้องขังเดินเข้าประตูด้านข้างอาคารที่ทำ�การศาล ไปยั ง ห้ อ งควบคุ ม ระยะทางประมาณ 50 เมตร โดยมี เจ้ า หน้ า ที่ ฝ่ า ยควบคุ ม รั ก ษา ความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม หากอาคารที่ทำ�การหลังใหม่แล้วเสร็จ จะมีการปรับปรุง ห้องควบคุมโดยแยกห้องควบคุมชายและหญิงออกจากกัน เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบ คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2550 และ การเคลือ่ นย้ายผูต้ อ้ งขังจะกลับมาใช้จดุ จอดรถเดิม ซึง่ อยูใ่ กล้หอ้ งควบคุม โดยมีระยะทาง จากทีจ่ อดรถไปยังห้องควบคุมประมาณ 10 - 20 เมตร อันเป็นการสะดวกแก่การเคลือ่ นย้าย ผู้ต้องขัง เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการ รักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2550 ข้อ 7 (4) (5) และข้อ 8 (ข) 3) กระทรวงยุติธรรม แจ้งว่า กระทรวงยุติธรรม โดยกรมราชทัณฑ์ ได้ให้ความส�ำคัญ ต่อการปฏิบัติกับผู้ต้องขังโดยค�ำนึงถึงการป้องกันมิให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตามทีก่ ฎหมายก�ำหนด โดยก�ำหนดให้กรมราชทัณฑ์มหี ลักสูตรการอบรม เรือ่ ง การปฏิบตั ิ ต่อผู้ต้องขังตามหลักการสิทธิมนุษยชนให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์อยู่แล้ว และเพื่อป้องกัน ไม่ ใ ห้ เ กิ ด การละเมิ ด สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแก่ ผู ้ ต ้ อ งขั ง กรณี ก ารใช้ เ ครื่ อ งพั น ธนาการ จึ ง ได้ ก�ำหนดแนวทางในการพิ จ ารณา กรณี ก ารใช้ เ ครื่ อ งพั น ธนาการแก่ ผู ้ ต ้ อ งขั ง อยู่ในหมวด 3 ข้อ 14-19 ของร่างกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติ ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ซึ่งก�ำหนดไว้ว่าในกรณีที่ต้องน�ำตัวผู้ต้องขังไปนอกเรือนจ�ำ ถ้าจะใช้เครื่องพันธนาการให้ใช้กุญแจมือ เว้นแต่ผู้ต้องขังที่ศาลได้มีค�ำพิพากษาถึงที่สุด ให้ลงโทษจ�ำคุกผู้ต้องขังนั้นตั้งแต่สิบปีขึ้นไป หรือเป็นผู้ต้องขังในคดีที่มีอัตราโทษจ�ำคุก อย่างสูงตั้งแต่สิบปีขึ้นไปจะใช้ตรวน หรือกุญแจเท้า หรือชุดกุญแจมือและกุญแจเท้าก็ได้ และห้ามใช้เครื่องพันธนาการกับผู้ต้องขังซึ่งมีอายุต�่ำกว่า 18 ปี ผู้ต้องขังซึ่งมีอายุเกิน บทที่ 1 บทที่ 2 บทที่ 3 บทที่ 4 บทที่ 5 ภาค ผนวก

Select target paragraph3