81
การดำ�เนินการ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำ�ของเจ้าหน้าที่
ตำ�รวจชุดจับกุมเป็นการตรวจค้นและจับกุมโดยใช้วิธีการที่ไม่เหมาะสม มีผลทำ�ให้ผู้ร้อง
ได้รับบาดเจ็บ เป็นการละเมิดสิทธิในร่างกายของผู้ร้อง อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
สำ�หรับกรณีกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าทีต่ �ำ รวจชุดจับกุมกลัน่ แกล้งดำ�เนินคดีแก่ผรู้ อ้ งในความผิด
ฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
ทัง้ ทีผ่ รู้ อ้ งไม่ได้กระทำ�ความผิดตามข้อกล่าวหา พนักงานอัยการจังหวัดแม่สอดได้ยนื่ ฟ้อง
ผู้ร้องต่อศาลจังหวัดแม่สอดในความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ยาบ้า)
ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รบั อนุญาต และศาลจังหวัดแม่สอดได้รบั คำ�ฟ้องไว้พจิ ารณาแล้ว
ตามคดีหมายเลขดำ�ที่ 1491/2561 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2561 จึงเป็นกรณีตาม
มาตรา 39 (1) ประกอบมาตรา 39 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 ประกอบกับผู้ร้องได้แจ้งความ
ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำ�รวจภูธรพบพระซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด
ของเจ้ า หน้ า ที่ ตำ � รวจชุ ด จั บ กุ ม ให้ ดำ � เนิ น คดี กั บ เจ้ า หน้ า ที่ ตำ � รวจชุ ด จั บ กุ ม ไว้ ด้ ว ย
โดยพนักงานสอบสวนได้รบั คำ�ร้องทุกข์และสอบปากคำ�ผูร้ อ้ ง และได้สง่ เรือ่ งไปยังสำ�นักงาน
ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขต 6 (จังหวัดพิษณุโลก) เพื่อพิจารณา
ดำ�เนินการตามหน้าที่และอำ�นาจต่อไปแล้ว จึงให้มีข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทาง
ทีเ่ หมาะสมในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชน ต่อสำ�นักงานตำ�รวจแห่งชาติ
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 247 (1) และ
พระราชบั ญ ญั ติ ป ระกอบรั ฐ ธรรมนู ญ ว่ า ด้ ว ยคณะกรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง ชาติ
พ.ศ. 2560 มาตรา 26 (1) ประกอบมาตรา 36 โดยให้ดำ�เนินการ ภายในเวลา 60 วัน ดังนี้
ข้อเสนอแนะ
มาตรการหรือ
แนวทางที่เหมาะสม
ในการป้องกัน
หรือแก้ไขการละเมิด
สิทธิมนุษยชน
สำ�นักงานตำ�รวจแห่งชาติ ควรดำ�เนินการตามหน้าที่และอำ�นาจแก่เจ้าหน้าที่ต�ำ รวจ
ชุดจับกุมที่กระทำ�การอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกรณีการตรวจค้นและจับกุม
ผู้ต้องหาโดยใช้วิธีการที่ไม่เหมาะสมแก่พฤติการณ์ และควรกำ�ชับเจ้าหน้าที่ตำ�รวจ
ในสังกัดว่า ในการปฏิบตั หิ น้าทีต่ รวจค้นและจับกุมบุคคล จะต้องคำ�นึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน
โดยใช้ความระมัดระวังและใช้วธิ กี ารทีเ่ หมาะสมเท่าทีจ่ �ำ เป็นแก่การตรวจค้นและการจับกุม
เพือ่ มิให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยช��ในลักษณะเดียวกับคำ�ร้องนีข้ นึ้ อีก ทัง้ นี้ ให้ด�ำ เนินการ
ภายในระยะเวลา 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับรายงานนี้
ผลสำ�เร็จ/
ความก้าวหน้า
ในการคุ้มครอง
สิทธิมนุษยชน
สำ�นักงานตำ�รวจแห่งชาติ แจ้งว่า ได้มีหนังสือแจ้งไปยังตำ�รวจภูธรภาค 6 พิจารณา
ดำ�เนินการกำ�ชับ เจ้ า หน้ า ที่ ตำ � รวจในสั ง กั ด ในการปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ตรวจค้ นและจั บ กุ ม
บุ ค คลจะต้ อ งคำ � นึ ง ถึ ง หลั ก สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน โดยใช้ ค วามระมั ด ระวั ง และใช้ วิ ธี ก าร
ทีเ่ หมาะสมเท่าทีจ่ �ำ เป็นแก่การตรวจค้นและการจับกุม และต่อมาตำ�รวจภูธรจังหวัดตาก
แจ้งว่า ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีการกระทำ�ของเจ้าหน้าที่ตำ�รวจ
ในสั ง กั ด ปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ใ นการตรวจค้ น และจั บ กุ ม โดยใช้ วิ ธี ก ารที่ ไ ม่ เ หมาะสม
และได้กำ�ชับการปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้นจับกุมบุคคลไปยังเจ้าหน้าที่ตำ�รวจในสังกัด
ให้ด�ำ เนินการโดยคำ�นึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน ใช้ความระมัดระวังและใช้วธิ กี ารทีเ่ หมาะสม
เท่ า ที่ จำ � เป็ น แก่ ก ารตรวจค้ น จั บ กุ ม และภายใต้ อำ � นาจหน้ า ที่ ต ามกฎหมายและ
ระเบียบที่เกี่ยวข้องกำ�หนด
บทที่
1
บทที่
2
บทที่
3
บทที่
4
บทที่
5
ภาค
ผนวก