รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
ผลสำ�เร็จ/
ความก้าวหน้า
ในการคุ้มครอง
สิทธิมนุษยชน
78
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
1) สำ�นักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ แจ้งว่า รับทราบและจะนำ�ข้อเสนอแนะของ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปอ้างอิง กำ�หนดนโยบายหรือวางแผนปฏิบัติงาน
ให้เกิดความสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากลมากขึ้น และได้ร่วมกับส่วนราชการ
ที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาความเหมาะสมของร่างระเบียบสำ�นักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย
การคัดกรองและคุม้ ครองคนต่างด้าวทีเ่ ข้ามาในราชอาณาจักรและไม่สามารถเดินทางกลับ
ประเทศอันเป็นภูมิลำ�เนาได้ พ.ศ. .... ปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้อง
ของสำ�นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึง่ ร่างระเบียบ ฯ ดังกล่าวจะเป็นกลไกสำ�คัญในการ
คัดกรองคนต่างด้าวทีห่ ลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรและไม่สามารถเดินทางกลับประเทศ
ต้นทางให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนมากขึ้น
2) กระทรวงมหาดไทย แจ้งว่า สำ�นักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติได้จัดประชุม
ส่ ว นราชการที่ เ กี่ ย วข้ อ ง ที่ ป ระชุ ม มี ม ติ ม อบหมายให้ สำ � นั ก งานตำ � รวจแห่ ง ชาติ
เป็นหน่วยงานหลักในการจัดประชุมเชิงปฏิบตั กิ ารเพือ่ กำ�หนดรายละเอียดและแนวทางการนำ�
ผู้หลบหนีเข้าเมืองที่เป็นเด็กออกจากสถานกักตัว และการจัดทำ�ร่างบันทึกความเข้าใจ
เรื่อง การกำ�หนดมาตรการและแนวทางแทนการกักตัวเด็กไว้ในสถานกักตัวคนต่างด้าว
เพื่อรอการส่งกลับ พ.ศ. .... ร่างบันทึกความเข้าใจ ฯ ได้มีการปรับแก้เสร็จแล้ว และ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้จัดทำ�ร่างขั้นตอนการปฏิบัติงาน
ที่เป็นมาตรฐาน (Standard Operating Procedure: SOP) เพื่อเตรียมไว้เป็นกรอบ
การปฏิบัติภายหลังที่บันทึกความเข้าใจ ฯ บังคับใช้ ปัจจุบันสำ�นักงานสภาความมั่นคง
แห่งชาติอยูร่ ะหว่างการนำ�ร่างบันทึกความเข้าใจ ฯ กราบเรียนนายกรัฐมนตรีเพือ่ พิจารณา
อนุมัติและจัดพิธีร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ ฯ ระหว่างส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
และเมือ่ วันที่ 10 มกราคม 2560 คณะรัฐมนตรีได้ประชุมเกีย่ วกับการจัดทำ�ระบบคัดกรอง
ผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายและผู้ลี้ภัย ที่ประชุมมีมติให้สำ�นักงานตำ�รวจแห่งชาติและ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาออกระเบียบว่าด้วยการคัดกรองคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย
และการแก้ไขเพิ่มเติมร่างระเบียบสำ�นักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการคัดกรองและคุ้มครอง
คนต่างด้าวทีเ่ ข้ามาในราชอาณาจักรและไม่สามารถเดินทางกลับประเทศอันเป็นภูมลิ �ำ เนาได้
พ.ศ. .... ขณะนี้ ไ ด้ ข้ อ ยุ ติ เ พื่ อ นำ � เสนอร่ า งระเบี ย บ ฯ ดั ง กล่ า วให้ สำ � นั ก เลขาธิ ก าร
คณะรัฐมนตรีทราบถึงผลการพิจารณา
3) กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่า ได้รว่ มกับหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้องน�ำโดยส�ำนักงาน
ต�ำรวจแห่งชาติ ยกร่างบันทึกความเข้าใจ เรื่อง การก�ำหนดมาตรการและแนวทาง
แทนการกักตัวเด็กไว้ในสถานกักตัวคนต่างด้าวเพื่อรอการส่งกลับ และเข้าร่วมประชุม
พิจารณาร่างและให้ความเห็นทีเ่ กีย่ วข้อง อาทิ การส่งเสริมความร่วมมือกับองค์การระหว่าง
ประเทศ โดยเฉพาะส�ำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (United Nations
High Commissioner for Refugees: UNHCR) เพื่อเร่งรัดให้ส่งเด็กที่ได้รับการรับตัว
ออกมาดูแลนอกห้องกักไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สาม รวมทั้งข้อคิดเห็นอื่น ๆ เพื่อให้
การด�ำเนินการตามบันทึกความเข้าใจ ฯ เป็นไปอย่างราบรืน่ ต่อมา ส�ำนักงานสภาความมัน่ คง
แห่งชาติได้จดั พิธลี งนามบันทึกความเข้าใจ ฯ ทีท่ �ำเนียบรัฐบาล เมือ่ วันที่ 21 มกราคม 2562
โดยมี พลเอก ประวิตร วงษ์สวุ รรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงกลาโหม