73 กรณีที่ 5 สิทธิคนพิ การ กรณีกล่าวอ้างว่าสายการบินเลือกปฏิบัติกับผู้โดยสาร ด้วยเหตุแห่งความพิ การ ประเด็นการร้องเรียน การดำ�เนินการ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นสมควรพิจารณาตรวจสอบ กรณีที่ปรากฏ เป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก (Facebook) กล่าวอ้างว่า ผู้เขียนและสามีที่ป่วย เป็นอัมพาตได้ใช้บริการสายการบินนกแอร์ ซึ่งไม่มีเครื่องมือหรือสิ่งอ�ำนวยความสะดวก ส�ำหรับผู้โดยสารที่ป่วยเป็นอัมพาตที่นั่งบนเก้าอี้รถเข็น (wheelchair) จึงต้องช่วยกันยก สามีผู้ร้องที่นั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็นลงจากเครื่องบินเพื่อไปยังรถยนต์ที่จอดรอรับอยู่ และ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินแจ้งว่านโยบายของสายการบินไม่รับผู้โดยสารที่เดินไม่ได้ เพราะไม่มีอุปกรณ์ช่วยเหลือ และต่อมาได้รับเรื่องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบ กรณีผู้ร้อง ซึ่งเป็นคนพิการอีกสองรายกล่าวอ้างว่า ได้จองบัตรโดยสารเครื่องบินสายการบินนกแอร์ ไป-กลับ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ แต่เมื่อไปแสดงตนเพื่อขึ้นเครื่อง ปรากฏว่าพนักงานต้อนรับ ภาคพื้นดินของสายการบินดังกล่าวแจ้งว่า ไม่อนุญาตให้ผู้ร้องทั้งสองเดินทางโดยไม่มี ผู้ร่วมเดินทางด้วย ท�ำให้ผู้ร้องทั้งสองต้องซื้อบัตรโดยสารของสายการบินอื่น ส่วนการ เดินทางกลับสายการบินนกแอร์ได้คืนเงินค่าโดยสารให้ผู้ร้องที่ 1 ทั้งขาไปและขากลับ ส่วนผู้ร้องที่ 2 ได้รับคืนเงิน (refund) เฉพาะค่าโดยสารขาไป และคงบัตรโดยสาร ขากลับของผู้ร้องที่ 2 ไว้ โดยพนักงานของสายการบินนกแอร์อนุญาตให้ผู้ร้องทั้งสอง เดินทางกลับ ซึ่งการบริการในเที่ยวบินขากลับของสายการบินนกแอร์มีการบริการอย่าง ครบครั น โดยแตกต่ า งจากเที่ ย วบิ น ขาไป เนื่ อ งจากกรณี ท้ั ง สองเป็ น เรื่ อ งเกี่ ย วกั บ สิทธิคนพิการซึ่งเป็นประเด็นเดียวกัน จึงมีมติให้น�ำมาพิจารณารวมกัน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาแล้วเห็นว่า สายการบินนกแอร์ ได้จัดสิ่งอ�ำนวยความสะดวกให้แก่คนพิการแล้ว แต่วิธีการเข้าถึงไม่สะดวก เนื่องจาก มีขั้นตอนการแจ้งล่วงหน้า ซึ่งผู้ร้องทั้งสองและคนพิการส่วนใหญ่ไม่ทราบถึงหลักเกณฑ์ ดังกล่าว ส�ำหรับน�ำพาคนพิการหรือรถเข็นคนพิการขึ้นและลงจากเครื่องบินได้ก็ถือเป็น การแก้ปัญหาและพยายามให้ความสะดวกแก่ผู้ร้องทั้งสอง อีกทั้งภายหลังเกิดเหตุการณ์ ได้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง รวมทั้งได้ว่ากล่าวตักเตือนและลงโทษพนักงานแล้ว กรณีนี้ จึ ง ยั ง ไม่ อ าจรั บ ฟั ง ได้ ว ่ า สายการบิ น นกแอร์ เ ลื อ กปฏิ บั ติ ต ่ อ ผู ้ ร ้ อ งทั้ ง สองด้ ว ยเหตุ แห่งความพิการ จึงมีมติให้ยุติเรื่อง แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิด หรือการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม หรือความสุ่มเสี่ยงอื่นที่อาจเกิดขึ้นได้ จึงให้มีข้อเสนอแนะ มาตรการหรือแนวทางที่เหมาะสมในการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้ง การเยี ย วยาผู ้ ไ ด้ รั บ ความเสี ย หายต่ อ หน่ ว ยงานที่ เ กี่ ย วข้ อ ง ตามมาตรา 247 (1) ของรั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจั ก รไทย พุ ท ธศั ก ราช 2560 และมาตรา 26 (1) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 และข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือค�ำสั่งใดๆ เพื่ อ ให้ ส อดคล้ อ งกั บ หลั ก สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนตามมาตรา 247 (3) ของรั ฐ ธรรมนู ญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และมาตรา 26 (3) พระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 ดังนี้ บทที่ 1 บทที่ 2 บทที่ 3 บทที่ 4 บทที่ 5 ภาค ผนวก

Select target paragraph3