67
ผลสำ�เร็จ/ความก้าวหน้า
ในการคุ้มครอง
สิทธิมนุษยชน
1) สำ�นักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งว่า รองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม)
สั่ ง และปฏิ บั ติ ร าชการแทนนายกรั ฐ มนตรี ไ ด้ ม อบหมายให้ ก ระทรวงสาธารณสุ ข
เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวง
อุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของ
ข้อเสนอแนะดังกล่าว โดยให้กระทรวงสาธารณสุขสรุปผลการพิจารณาผลการดำ�เนินการ
ดังกล่าวในภาพรวม แล้วส่งให้ส�ำ นักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพือ่ นำ�เสนอคณะรัฐมนตรีตอ่ ไป
2) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร และกระทรวงอุตสาหกรรม
แจ้งผลการดำ�เนินการสอดคล้องกันว่า คณะกรรมการวัตถุอนั ตรายในการประชุม เมือ่ วันที่
23 พฤษภาคม 2561 มีมติให้จำ�กัดการใช้วัตถุอันตรายพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และ
ไกลโฟเซตแล้ว โดยให้ความเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อจำ�กัด
การใช้พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ซึง่ ร่างประกาศฯ ได้ก�ำ หนดให้เกษตรกร
ผู้ใช้สารจะต้องผ่านการอบรม กำ�หนดหน้าที่ของผู้ขาย กำ�หนดชนิดพืชและพื้นที่ใช้สาร
ให้ผผู้ ลิต ผูน้ �ำ เข้า ผูข้ าย ต้องแจ้งข้อมูลให้ทราบ เป็นต้น มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตร
เร่งดำ�เนินการจัดทำ�แผนปฏิบัติการเร่งรัดขยายการปฏิบัติทางการเกษตรดีที่ดี (GAP)
หรือเกษตรอินทรีย์ (Organic Farming) ให้ครอบคลุมทั้งประเทศให้ได้ภายใน 2 ปี และ
ร่วมกับหน่วยงานภาควิชาการหรือภาคเอกชน ศึกษาวิจยั หานวัตกรรมในการกำ�จัดศัตรูพชื
และแนะนำ�เกษตรกรให้ใช้สารชีวภัณฑ์ในการกำ�จัดศัตรูพชื เพือ่ เป็นการลดการใช้สารเคมี
ให้ได้ภายใน 2 ปี เช่นกัน และให้ด�ำ เนินการเผยแพร่ ให้ความรู้ ความเข้าใจทีถ่ กู ต้องเกีย่ วกับ
การใช้สาร การใช้เครือ่ งพ่นสาร อุปกรณ์ปอ้ งกันทีเ่ หมาะสม การฝึกอบรมจะต้องทำ�ให้เห็น
อย่างเป็นรูปธรรม โดยจะต้องมีรายละเอียดเกีย่ วกับวิธกี าร ขัน้ ตอน ระยะเวลา และเป้าหมาย
อย่างชัดเจน
3) กระทรวงสาธารณสุขได้รายงานผลการพิจารณาข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติตอ่ คณะรัฐมนตรี เมือ่ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 สรุปสาระส�ำคัญ
ตามพระราชบั ญ ญั ติ ค วบคุ ม โรคจากการประกอบอาชี พ และโรคจากสิ่ ง แวดล้ อ ม
พ.ศ. 2562 ให้กระทรวงสาธารณสุขเฝ้าระวังโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจาก
สิ่งแวดล้อม พิจารณาผลจากการใช้วัตถุอันตรายพาราควอต (Paraquat) ไกลโฟเซต
(Glyphosate) และคลอร์ไพรีฟอส (Chlorpyriphos) จากข้อมูลพิษวิทยาจากต่างประเทศ
รวมถึงข้อมูลจากกองโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิง่ แวดล้อม กรมควบคุมโรค
พบว่า ท�ำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพเกษตรกรจากกลุ่มเกษตรกรตัวอย่าง ตั้งแต่ปี
2554-2561 พบว่า ประมาณร้อยละ 30 ของผู้ได้รับการตรวจมีระดับเอนไซม์สูงกว่า
คนทัว่ ไปและอยูใ่ นระดับเสีย่ งต่อสุขภาพ จากสัดส่วนของเกษตรกรทีม่ คี วามเสีย่ งจะเจ็บป่วย
จากสารเคมี ก�ำจั ด ศั ต รู พื ช มี แ นวโน้ ม เพิ่ ม สู ง ขึ้ น รวมทั้ ง ข้ อ มู ล จากงานวิ จั ย ของ
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบสารพาราควอตในขี้เทาทารกแรกเกิด
ซึ่งมีผลต่อการถูกท�ำลายของต่อมไร้ท่อในลูกอัณฑะท�ำให้มีอสุจิลดลง และต่อมไทรอยด์
มีภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ตำ�่ ทีท่ �ำให้เกิดภาวะสติปญ
ั ญาด้อย (Mental Retardation) ซึง่ ส่งผล
ต่อพัฒนาการและภาวะการเจริญเติบโตของเด็กในอนาคต กระทรวงสาธารณสุขเห็นว่า
การใช้วตั ถุอนั ตรายทัง้ 3 ชนิด เป็นการก่อให้เกิดโรคจากสิง่ แวดล้อม จึงเห็นควรยุตกิ ารใช้
สารเคมีทางการเกษตรทั้ง 3 ชนิดทันที เพื่อป้องกันและควบคุมโรคจากสิ่งแวดล้อม
แก่ประชาชนที่ได้รับหรืออาจได้รับมลพิษ
บทที่
1
บทที่
2
บทที่
3
บทที่
4
บทที่
5
ภาค
ผนวก