รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
มาตรา 161/1 ว่า “การฟ้องคดีอาญาในปัจจุบันปรากฏ
ปัญหาว่า คดีจ�ำนวนไม่น้อยที่โจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต
หรือโดยบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อกลั่นแกล้งหรือเอาเปรียบ
จ�ำเลยหรือโดยมุ่งหวังผลอย่างอื่นยิ่งกว่าประโยชน์ที่พึงได้
โดยชอบ เช่ น การยื่ น ฟ้ อ งต่ อ ศาลในพื้ น ที่ ห ่ า งไกล
เพือ่ ให้จ�ำเลยได้รบั ความล�ำบากและต้องเสียค่าใช้จา่ ยจ�ำนวนมาก
ในการเดินทางไปต่อสู้คดี หรือการฟ้องจ�ำเลยในข้อหา
ที่หนักกว่าความเป็นจริง เพื่อต่อรองให้จ�ำเลยต้องยอม
กระท�ำหรือไม่กระท�ำการอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นการ
มิ ช อบ โดยเฉพาะการฟ้ อ งร้ อ งเพื่ อ คุ ก คามการใช้
สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของจ�ำเลยในการป้องกันตนเอง
หรือป้องกันประโยชน์สาธารณะ ท�ำให้มคี ดีขนึ้ สูก่ ารไต่สวน
มูลฟ้องของศาลเป็นจ�ำนวนมาก ซึ่งสร้างความเดือดร้อน
แก่ผู้ที่ถูกฟ้องร้องและบุคคลที่เกี่ยวข้อง” ซึ่งในเรื่องนี้
คณะท�ำงานสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน
ได้ อ อกแถลงการณ์ เมื่ อ สิ้ น สุ ด การเยื อ นประเทศไทย
(ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 4 เมษายน 2561) และ
มี ข ้ อ เสนอแนะต่ อ รั ฐ บาลไทยว่ า “รั ฐ บาลควรดู แ ลว่ า
การฟ้องหมิน่ ประมาทจะไม่ถกู ธุรกิจน�ำมาใช้เป็นเครือ่ งมือ
บั่ น ทอนสิ ท ธิ แ ละเสรี ภ าพอั น ชอบธรรมของผู ้ ไ ด้ รั บ
ผลกระทบ องค์กรประชาสังคม และนักปกป้องสิทธิมนุษยชน
เราทราบข้อเสนอแนะแก้ไขมาตรา 161/1 ของประมวล
กฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญาและกฎหมายคุม้ ครองพยาน
รวมถึงความริเริ่มในการจัดท�ำแนวทางปฏิบตั เิ พือ่ คุ้มครอง
นักปกป้องสิทธิมนุษยชน ความพยายามด�ำเนินการเหล่านี้
เป็ น โอกาสอั น ดี ส�ำหรั บ รั ฐ บาลไทยที่ จ ะได้ จั ด การกั บ
ข้อกังวลเกีย่ วกับพืน้ ทีพ่ ลเมืองทีห่ ดแคบลงไป อย่างไรก็ตาม
เพื่อให้บังเกิดผลหน่วยงานของรัฐทั้งหมดที่รับผิดชอบ
การด�ำเนินการดังกล่าว ควรท�ำงานร่วมกับผูไ้ ด้รบั ประโยชน์
อย่างสร้างสรรค์และตราบทบัญญัติที่ตอบต่อข้อกังวล
ที่ชอบธรรมทั้งหมด”
3. กรณี นั ก ปกป้ อ งสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนประสบปั ญ หา
ถู ก ฟ้ อ งร้ อ งด�ำเนิ น คดี เ ชิ ง ยุ ท ธศาสตร์ เ พื่ อ ระงั บ
การมีส่วนร่วมของสาธารณชน (Strategic Litigation
Against Public Participation: SLAPP) นั้น รัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และกติกา
ระหว่ า งประเทศว่ า ด้ ว ยสิ ท ธิ พ ลเมื อ งและสิ ท ธิ ท าง
การเมือง (International Covenant on Civil and
Political Rights: ICCPR) ได้รบั รองหลักความเสมอภาคกัน
110 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ในกฎหมายและเสรี ภ าพในการแสดงความคิ ด เห็ น
อีกทั้งรัฐบาลไทย ได้สนับสนุนการรับรองปฏิญญาว่าด้วย
นักปกป้องสิทธิมนุษยชน และได้รับข้อเสนอแนะภายใต้
กระบวนการทบทวนสถานการณ์ สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน
(Universal Periodic Review: UPR) ว่าจะท�ำให้กฎหมาย
ไทยว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงออกสอดคล้องกับกฎหมาย
ระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน ประกอบกับแผนปฏิรปู
ประเทศด้ า นกระบวนการยุ ติ ธ รรมได้ ก�ำหนดให้ มี
การพัฒนากลไกช่วยเหลือและเพิ่มศักยภาพให้ประชาชน
เข้าถึงกระบวนการยุตธิ รรมด้วย การเพิม่ บทบัญญัตมิ าตรา
161/1 ไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
จะเป็ น การคุ ้ ม ครองนั ก ปกป้ อ งสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนซึ่ ง มี
ความเสี่ยงต่อการถูกฟ้องด�ำเนินคดีในลักษณะดังกล่าว
รวมทั้ ง มี ผ ลเป็ นการปกป้ อ งคุ ้ ม ครองสิ ท ธิ แ ละเสรี ภ าพ
ขั้ น พื้ น ฐานของบุ ค คลและชุ ม ชนในการป้ อ งกั น ตนเอง
และป้ อ งกั น ประโยชน์ ส าธารณะ ซึ่ ง จะเป็ น ประโยชน์
ต่ อ การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในภาพรวม
ทั้งยังอาจส่ ง ผลไปสู ่ ก ารลดความเหลื่ อ มล�้ ำ ในโอกาส
ทางสังคม อันเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีด้วย
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีหนังสือ ด่วนที่สุด
ที่ สม 0007/167 ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2561 กราบเรียน
ประธานสภานิตบิ ญ
ั ญัตแิ ห่งชาติ แสดงความเห็นสนับสนุน
มาตรา 8 แห่งร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล
กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
ที่ให้เพิ่มมาตรา 161/1 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ความอาญา ความว่า “มาตรา 161/1 ในกรณีที่ราษฎร
เป็ น โจทก์ หากความปรากฏต่ อ ศาลว่ า โจทก์ ใ ช้ สิ ท ธิ
ฟ้ อ งคดี โ ดยไม่ สุ จ ริ ต หรื อ โดยบิ ด เบื อ นข้ อ เท็ จ จริ ง
เพือ่ กลัน่ แกล้งหรือเอาเปรียบจ�ำเลยหรือโดยมุง่ หวังผลอย่างอืน่
ยิ่ ง กว่ า ประโยชน์ ที่ พึ ง ได้ โ ดยชอบ ศาลจะมี ค�ำสั่ ง
ไม่ประทับฟ้องคดีนั้นก็ได้ และห้ามโจทก์ยื่นฟ้องคดีนั้นอีก
ค�ำสั่งเช่นว่านี้ ไม่ตัดอ�ำนาจพนักงานอัยการที่จะยื่นฟ้อง
คดีนั้นใหม่”
ผลสำ�เร็จ/ความก้าวหน้าในการคุม้ ครองสิทธิมนุษยชน
คณะกรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง ชาติ ไ ด้ เ สนอ
ความเห็นและข้อเสนอในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายต่อ
ร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ แ ก้ ไ ขเพิ่ ม เติ ม ประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 ดัง กล่าวเพื่อ
ให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งสนับสนุน