รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 108 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
ไกล่เกลีย่ ข้อพิพาททีด่ �ำเนินการมาแล้วได้ตามทีค่ กู่ รณีและ
ผู้ไกล่เกลี่ยคนใหม่เห็นสมควร
3) ประเด็นข้อพิพาททางอาญาที่สามารถไกล่เกลี่ย
ได้ตามพระราชบัญญัตินี้ ได้เพิ่มเติมความในร่างมาตรา 8
มีผลครอบคลุมข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่ ง ชาติ ที่ เ สนอให้ ค วามผิ ด เกี่ ย วกั บ การทารุ ณ กรรม
ต่ อ เด็ ก สตรี และบุ ค คลในครอบครั ว เป็ น ข้ อ พิ พ าท
ทางอาญาที่ไม่สามารถไกล่เกลี่ยได้ตามพระราชบัญญัตินี้
เนื่องจากผู้เสียหายมีสิทธิที่จะร้องขอคุ้มครองสวัสดิภาพ
ตามพระราชบั ญ ญั ติ ศ าลเยาวชนและครอบครั ว และ
วิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 และ
ที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนี้ “มาตรา 8 พระราชบัญญัตินี้มิให้
ใช้บังคับแก่คดีอาญาที่อยู่ในอ�ำนาจของศาลเยาวชนและ
ครอบครัว ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและ
ครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว”
4) ประเด็ น ผลของการที่ คู ่ ก รณี ท�ำข้ อ ตกลงระงั บ
ข้อพิพาททางอาญา ร่างมาตรา 37 (ร่างมาตรา 35 เดิม)
ไ ด ้ แ ก ้ ไ ข เ กี่ ย ว กั บ ข ้ อ พิ พ า ท ท า ง อ า ญ า ที่ คู ่ ก ร ณี
ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
ให้สิทธิน�ำคดีอาญามาฟ้องระงับเมื่อคู่กรณีได้ปฏิบัติตาม
ข้อตกลงระงับข้อพิพาทในส่วนแพ่งแล้ว โดยไม่มขี อ้ ยกเว้น
(ได้ตัดข้อยกเว้นที่ว่า “...เว้นแต่คู่กรณีจะตกลงให้สิทธิ
น�ำคดีอาญามาฟ้องระงับทันที...” ออกไป) ส่วนข้อพิพาท
ทางอาญาในชั้นการสอบสวน ตามหมวด 4 ได้ก�ำหนดไว้
ในร่างมาตรา 64 ร่างมาตรา 65 และร่างมาตรา 66 นั้น
ก�ำหนดให้สทิ ธิน�ำคดีอาญามาฟ้องระงับเมือ่ คูก่ รณีได้ปฏิบตั ิ
ตามบันทึกข้อตกลงระงับข้อพิพาททางอาญาครบถ้วน
สมบูรณ์แล้วแจ้งพนักงานสอบสวนทราบ เพื่อจัดท�ำบันทึก
การปฏิบัติตามข้อตกลงส่งไปยังพนักงานอัยการพร้อม
ส�ำนวนการสอบสวน เพื่อพิจารณาส่งยุติคดี เมื่อพนักงาน
อัยการมีค�ำสั่งยุติคดี สิทธิน�ำคดีอาญามาฟ้องเป็นอันระงับ
5) ประเด็ น การด�ำเนิ น การไกล่ เ กลี่ ย ในกรณี ที่
ข้ อ พิ พ าททางอาญา อยู ่ ร ะหว่ า งการสอบสวนหรื อ
การพิจารณาของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือ
ศาล ข้อพิพาททางอาญาในชั้นการสอบสวนตามหมวด 4
ที่มีการเพิ่มเติมขึ้นใหม่ ได้ก�ำหนดไว้ในร่างมาตรา 64 ร่าง
มาตรา 65 และร่างมาตรา 66 คือเมื่อคู่กรณีได้ปฏิบัติตาม
บั น ทึ ก ข้ อ ตกลงแล้ ว ให้ แ จ้ ง พนั ก งานสอบสวนทราบ
เพื่อจัดท�ำบันทึกการปฏิบัติตามข้อตกลง ส่งไปยังพนักงาน
อัยการพร้อมส�ำนวนการสอบสวนและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
เพือ่ พิจารณาสัง่ ยุตคิ ดี ซึง่ หากผูต้ อ้ งหาปฏิบตั ติ ามข้อตกลง
ไม่ครบถ้วนหรือจงใจไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงโดยไม่มีเหตุ
อันสมควร พนักงานสอบสวนมีอ�ำนาจออกค�ำสัง่ ด�ำเนินคดี
ต่อไป และกรณีอายุความร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมาย
อาญา ส�ำหรั บ ข้ อ พิ พ าททางอาญาในชั้ น การสอบสวน
ตามหมวด 4 ร่างมาตรา 40 ดังนี้ “มาตรา 40 เมือ่ พนักงาน
สอบสวนผู้มีอ�ำนาจออกค�ำสั่งมีค�ำสั่งให้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท
ทางอาญาตามมาตรา 44 แล้ว ให้หยุดนับอายุความในการ
ด�ำเนินคดีอาญา และเมื่อพนักงานสอบสวนผู้มีอ�ำนาจ
ออกค�ำสั่งมีค�ำสั่งให้ด�ำเนินคดีต่อไปตามมาตรา 61 ให้นับ
อายุความด�ำเนินคดีต่อจากเวลานั้น
6) ประเด็นบทก�ำหนดโทษ ร่างมาตรา 71 จากเดิม
มี ก�ำหนดระวางโทษจ�ำคุ ก และปรั บ ขั้ น ต�่ ำ ไ���้ ด ้ ว ยได้
ยกเลิ ก โดยก�ำหนดเฉพาะเพดานโทษขั้ น สู ง แทน ดั ง นี้
“มาตรา 71 ผู้ไกล่เกลี่ยผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับ
ทรั พ ย์ สิ น หรื อ ประโยชน์ อื่ น ใดส�ำหรั บ ตนเองหรื อ ผู ้ อื่ น
โดยมิ ช อบ เพื่ อ กระท�ำการหรื อ ไม่ ก ระท�ำการอย่ า งใด
ในหน้ า ที่ ไม่ ว ่ า การนั้ น จะชอบหรื อ มิ ช อบด้ ว ยหน้ า ที่
ต้องระวางโทษจ�ำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึง่ แสนบาท
หรือทัง้ จ�ำทัง้ ปรับ และ “มาตรา 72 ผูใ้ ดให้ ขอให้ หรือรับว่า
จะให้ ท รั พ ย์ สิ น หรื อ ประโยชน์ อื่ น ใดแก่ ผู ้ ไ กล่ เ กลี่ ย
เพือ่ จูงใจให้กระท�ำการ ไม่กระท�ำการ หรือประวิงการกระท�ำ
อันมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจ�ำคุกตัง้ แต่ไม่เกินห้าปี
หรือปรับตั้งแต่ไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ”
นอกจากนี้ เนื้ อ หา หมวด 4 การไกล่ เ กลี่ ย ข้ อ พิ พ าท
ทางอาญา ในชั้นการสอบสวน ในชั้นคณะกรรมาธิการ
วิ ส ามั ญ และสภานิ ติ บั ญ ญั ติ แ ห่ ง ชาติ ไ ด้ มี ก ารเพิ่ ม เติ ม
ขึ้นใหม่ทั้งหมวด โดยน�ำมาจากร่างพระราชบัญญัติการ
ไกล่เกลี่ยคดีอาญาในชั้นการสอบสวน พ.ศ. ....