เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๔๐ ก
หน้า ๓๔
ราชกิจจานุเบกษา
๖ เมษายน ๒๕๖๐
ในปีหนึ่งให้มีสมัยประชุมสามัญของรัฐสภาสองสมัย ๆ หนึ่งให้มีกําหนดเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวัน
แต่พระมหากษัตริย์จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ขยายเวลาออกไปก็ได้
การปิดสมัยประชุมสามัญประจําปีก่อนครบกําหนดเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวัน จะกระทําได้ก็แต่
โดยความเห็นชอบของรัฐสภา
วั น ประชุ ม ครั้ ง แรกตามวรรคหนึ่ ง ให้ ถื อ เป็ น วั น เริ่ ม สมั ย ประชุ ม สามั ญ ประจํ า ปี ค รั้ ง ที่ ห นึ่ ง
ส่วนวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจําปีครั้งที่สอง ให้เป็นไปตามที่สภาผู้แทนราษฎรกําหนด แต่ในกรณีที่
การประชุมครั้งแรกตามวรรคหนึ่งมีเวลาจนถึงสิ้นปีปฏิทินไม่เพียงพอที่จะจัดให้มีการประชุมสมัยประชุมสามัญ
ประจําปีครั้งที่สอง จะไม่มีการประชุมสมัยสามัญประจําปีครั้งที่สองสําหรับปีนั้นก็ได้
มาตรา ๑๒๒ พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุมรัฐสภา ทรงเปิดและทรงปิดประชุม
พระมหากษัตริย์จะเสด็จพระราชดําเนินมาทรงทํารัฐพิธีเปิดประชุมสมัยประชุมสามัญประจําปี
ครั้งแรกด้วยพระองค์เอง หรือจะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระรัชทายาทซึ่งทรงบรรลุนิติภาวะแล้ว
หรือผู้ใดผู้หนึ่ง เป็นผู้แทนพระองค์ มาทํารัฐพิธีก็ได้
เมื่อมีความจําเป็นเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ พระมหากษัตริย์จะทรงเรียกประชุมรัฐสภาเป็นการประชุม
สมัยวิสามัญก็ได้
ภายใต้บังคับมาตรา ๑๒๓ และมาตรา ๑๒๖ การเรียกประชุม การขยายเวลาประชุม และการปิด
ประชุมรัฐสภา ให้กระทําโดยพระราชกฤษฎีกา
มาตรา ๑๒๓ สมาชิ กสภาผู้ แทนราษฎรและสมาชิ กวุ ฒิ สภาทั้ งสองสภารวมกั น หรื อสมาชิ ก
สภาผู้แทนราษฎร มีจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา
มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานรัฐสภาให้นําความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการประกาศเรียก
ประชุมรัฐสภาเป็นการประชุมสมัยวิสามัญได้
ให้ประธานรัฐสภานําความกราบบังคมทูลและลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ
มาตรา ๑๒๔ ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ประชุมวุฒิสภา หรือที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา
สมาชิ ก ผู้ ใ ดจะกล่ า วถ้ อ ยคํ า ใดในทางแถลงข้ ��� เท็ จ จริ ง แสดงความคิ ด เห็ น หรื อ ออกเสี ย งลงคะแนน
ย่อมเป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาด ผู้ใดจะนําไปเป็นเหตุฟ้องร้องว่ากล่าวสมาชิกผู้นั้นในทางใด ๆ มิได้
เอกสิ ทธิ์ ต ามวรรคหนึ่ง ไม่ คุ้ ม ครองสมาชิ กผู้ ก ล่ าวถ้ อ ยคํ า ในการประชุม ที่ มี ก ารถ่ า ยทอดทาง
วิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์หรือทางอื่นใด หากถ้อยคําที่กล่าวในที่ประชุมไปปรากฏนอกบริเวณรัฐสภา
และการกล่าวถ้อยคํานั้นมีลักษณะเป็นความผิดทางอาญาหรือละเมิดสิทธิในทางแพ่งต่อบุคคลอื่นซึ่งมิใช่
รัฐมนตรีหรือสมาชิกแห่งสภานั้น
ในกรณี ต ามวรรคสอง ถ้ าสมาชิ ก กล่า วถ้ อ ยคํา ใดที่ อ าจเป็ น เหตุใ ห้ บุ ค คลอื่ น ซึ่ ง มิ ใช่ รั ฐ มนตรี
หรือสมาชิกแห่งสภานั้นได้รับความเสียหาย ให้ประธานแห่งสภานั้นจัดให้มีการโฆษณาคําชี้แจงตามที่บุคคลนั้น
ร้องขอตามวิธีการและภายในระยะเวลาที่กําหนดในข้อบังคับการประชุมของสภานั้น ทั้งนี้ โดยไม่กระทบ
ต่อสิทธิของบุคคลในการฟ้องคดีต่อศาล