เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๔๐ ก
หน้า ๓๒
ราชกิจจานุเบกษา
๖ เมษายน ๒๕๖๐
(๓) ลาออก
(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๐๘
(๕) ขาดประชุ มเกิ น จํ า นวนหนึ่ ง ในสี่ข องจํ า นวนวั น ประชุม ในสมั ย ประชุ ม ที่ มี กํา หนดเวลา
ไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากประธานวุฒิสภา
(๖) ต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก แม้จะมีการรอการลงโทษ เว้นแต่เป็นการรอการลงโทษ
ในความผิดอันได้กระทําโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท
(๗) กระทําการอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๑๓ หรือกระทําการอันต้องห้ามตามมาตรา ๑๘๔
หรือมาตรา ๑๘๕
(๘) พ้นจากตําแหน่งเพราะเหตุตามมาตรา ๑๔๔ หรือมาตรา ๒๓๕ วรรคสาม
มาตรา ๑๑๒ บุ ค คลผู้ เ คยดํ า รงตํ า แหน่ ง สมาชิ ก วุ ฒิ ส ภาและสมาชิ ก ภาพสิ้ น สุ ด ลงมาแล้ ว
ยังไม่เกินสองปี จะเป็นรัฐมนตรีหรือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองมิได้ เว้นแต่เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น
หรือผู้บริหารท้องถิ่น
มาตรา ๑๑๓ สมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ฝักใฝ่หรือยอมตนอยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมืองใด ๆ
ส่วนที่ ๔
บทที่ใช้แก่สภาทั้งสอง
มาตรา ๑๑๔ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย
ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงําใด ๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม โดยปราศจากการขัดกัน
แห่งผลประโยชน์
มาตรา ๑๑๕ ก่อนเข้ารับหน้าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้องปฏิญาณตน
ในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกด้วยถ้อยคํา ดังต่อไปนี้
“ข้ า พเจ้ า (ชื่ อ ผู้ ป ฏิ ญ าณ) ขอปฏิ ญ าณว่ า ข้ า พเจ้ า จะปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ด้ ว ยความซื่ อ สั ต ย์ สุ จ ริ ต
เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ทุกประการ”
มาตรา ๑๑๖ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาแต่ละสภา มีประธานสภาคนหนึ่งและรองประธานสภา
คนหนึ่งหรือสองคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ ตามมติของสภา
ในระหว่างการดํารงตําแหน่ง ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นกรรมการบริหาร
หรือดํารงตําแหน่งใดในพรรคการเมืองขณะเดียวกันมิได้
มาตรา ๑๑๗ ประธานและรองประธานสภาผู้ แ ทนราษฎรดํ า รงตํ า แหน่ ง จนสิ้ น อายุ ข อง
สภาผู้แทนราษฎรหรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร