สิทธิมนุษยชน รวมบทความ ศ.เสน่ห์ จามริก
ประชาธิปไตยเป็นพลังผลักดัน ที่กล่าวมานี้ย่อมเป็นกระบวนการสืบเนื่องไม่จบสิ้น ๒
ดังที่เมื่อเร็ว ๆ นี้ สมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติก็ได้ตราปฏิญญาสหัสวรรษ
๒๐๐๐ ขึ้น โดยสรุปรวมสภาพปัญหาของมนุษย์ในหลากหลายแง่มุมสำหรับเป็นฐาน
คิดร่วมกันระดับโลก นับเป็นการขยายขอบข่ายและมุมมองในการส่งเสริมคุ้มครอง
สิทธิมนุษยชนออกไปอีก โดยรวมประเด็นด้านการพัฒนา ความยากจน และสิง่ แวดล้อม
เข้าไว้ด้วย
และในประการสุดท้าย ไม่มีความจำเป็นอย่างใดเลยที่ความเป็นสากล
หรือลักษณะทั่วไป จะต้องขัดแย้งปีนเกลียวกับลักษณะเฉพาะหรือความหลากหลาย
ซึ่งแฝงอยู่ในการนำเสนอแลกเปลี่ยนด้านสิทธิมนุษยชน อันที่จริง เราจะเปลี่ยนกัน
ได้อย่างมีความหมาย ก็ตอ่ เมือ่ มีจติ ใจทีพ่ ร้อมเรียนรูจ้ ากกันบนหลักศักดิศ์ รีแห่งความ
เป็นมนุษย์และเสรีภาพพื้นฐาน ทั้งนี้ในขั้นเริ่มต้น เราควรเลิกตั้งแง่หรือโต้แย้ง
กันเสียทีในข้อที่ว่า สิทธิมนุษยชนเป็นสารัตถะนิยมที่ตั้งอยู่บนวัฒนธรรมแบบใด
แบบหนึ่ง หรือว่าสิทธิมนุษยชนนั้นสัมพัทธ์แปรเปลี่ยนตามวัฒนธรรมต่าง ๆ จุดยืน
แบบสารั ต ถะทางวั ฒ นธรรมนั ้ น ต้ อ งผู ก ขาดคำจำกั ด ความของสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน
ส่ ว นจุ ด ยื น แ���บสั ม พั ท ธภาพทางวั ฒ นธรรมนั ้ น ต้ อ งการปฏิ เ สธความเป็ น สากล
ของความมุ่งหวังในเสรีภาพของมนุษย์ ที่ผ่านมา จุดยืนทั้งสองนี้ได้แต่หมกมุ่น
อยู่กับข้อโต้เถียงไร้แก่นสารที่ต่างก็ว่ากันไป และรังแต่ฉุดรั้งไม่ให้เราได้ไปถึงไหน
ซ้ำร้ายกว่านั้นก็คือมันยังก่อให้เกิดการเมืองของสิทธิมนุษยชนชนิดถอยหลังเข้าคลอง
สร้างความเสียหายไปทัว่ โลก ทัง้ ในซีกตะวันออกและตะวันตก ทัง้ ในแถบเหนือและใต้
สิ่งที่เราเห็นกันอยู่ในทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านหนึ่งได้แก่การบั่นทอน
บิดเบือนอุดมคติเกี่ยวกับเสรีภาพของปัจเจกชนและสิทธิในทรัพย์สิน กับอีกด้านหนึ่ง
๒
ดังที่ ฌาคส์ มาริแตง (Jacques Maritain) ตัง้ ข้อสังเกตไว้วา่ : ไม่มปี ฏิญญาสิทธิมนุษยชนใดทีจ่ ะครอบคลุม
จบสิ ้ น มั น จะต้ อ งแปรเปลี ่ ย นโดยสอดคล้ อ งกั บ สภาพจิ ต สำนึ ก ทางศี ล ธรรมและอารยธรรมในแต่ ล ะช่ ว ง
ขณะของประวัตศิ าสตร์ อ้างใน Joseph A Camilleri, “Human Rights, Cultural diversity and Conflict
Resolution: The Asia Pacific Context”, Pacific Review, Vol. ๖, No.๒, ๑๙๙๔, p.๒๐.
สำนั ก งานคณะกรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง ชาติ
๒๗