สิทธิมนุษยชน รวมบทความ ศ.เสน่ห์ จามริก และเชื ้ อ เพลิ ง ฟอสซิ ล นั ก ล่ า อาณานิ ค มทางชี ว ภาพในปั จ จุ บ ั น ก็ ก ำลั ง เสาะหาวัตถุดิบทางชีวภาพ ที่อาจแปรเปลี่ยนเป็นผลผลิตทำกำไรโดยอาศัย พันธุวศิ วกรม” ๑๒ ในอดีตที่ผ่านมาไม่นานนัก พัฒนาการด้านเทคโนโลยีชีวภาพเป็นที่รู้จัก และยอมรับในฐานะวิทยาการเกี่ยวกับการควบคุมบักเตรีที่ก่อให้เกิดโรคภัย ซึ่งเป็น วิทยาการอันทรงคุณค่าต่อมนุษย์ชาติ ส่วนรูปแบบต่าง ๆ ของสิง่ มีชวี ติ อันหมายถึง ผลิตผลของธรรมชาติเองนั้น แนวคิดทางนิติศาสตร์เดิมไม่อนุญาตให้มีการจด สิทธิบตั รได้ แต่การณ์กลับพลิกผันโดยสิน้ เชิง เมือ่ ศาลฎีกาของสหรัฐอเมริกาได้ตดั สิน เมื่อปี ค.ศ.๑๙๘๐ บัญญัติให้สิ่งมีชีวิตเป็นสิ่งที่นำมาจดสิทธิบัตรได้ นี่เท่ากับ เป็นการจัดตั้งนโยบายใหม่โดยลำพังฝ่ายเดียว เปิดทางให้กับบรรษัทข้ามชาติของ สหรัฐอเมริกา ซึง่ กุมอำนาจทัง้ ทางด้านทุน เทคโนโลยีและตลาด สามารถจดสิทธิบตั ร ในพันธุ์พืชและสัตว์พื้นถิ่นต่าง ๆ ได้ เท่ากับเป็นการกุมอำนาจทางความรู้ไปในตัว นับแต่นั้นมา ก็มีการออกสิทธิบัตรจำนวนไม่น้อยให้กับกรณีอย่างพันธุ์ไม้และพันธุ์ ข้าวบาสมาติของอินเดีย กรณีข้าวหอมมะลิและพืชสมุนไพรของไทย และยังมี อีกหลายกรณีที่ตามมา กรณีเหล่านี้คงเป็นที่ทราบกันดี และล้วนเป็นการกระทำ ตามอำเภอใจอย่างอุกอาจ ยิ่งไปกว่านั้น ขณะนี้ยังมีการจัดตั้งระบอบสิทธิบัตร ในระดับโลกขึ้นในองค์กรการค้าโลก (World Trade Organization) ซึ่งเป็นที่รู้จัก กันในนามของข้อตกลงว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับการค้า (Trade Related Intellectual Pnoperty (TRIPS)) ซึง่ จะยัดเยียดให้กบั ประเทศโลกทีส่ าม๑๓ หากกระทำสำเร็จ ไม่เพียงแต่ความหลากหลายทางชีวภาพและองค์ความรู้พื้นเมือง จะต้องอยู่ในอันตรายจนอาจสูญสลายไปได้เท่านั้น แต่มันยังหมายถึง การควบคุม ๑๒ Andrew Kimbrell, “Biocolonization: The Patenting of Life and the Global Market in Body Parts”, in Jerry Mander and Edward Goldsmith, ed, The Case against the Global Economy and for a Return toward the Local, San Francisco, Sierra Club Books, ๑๙๙๖, pp. ๑๓๑-๑๓๒. ๑๓ Ibid., ๑๓๓-๑๓๗. ๑๘ สำนั ก งานคณะกรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง ชาติ

Select target paragraph3