สิทธิมนุษยชน รวมบทความ ศ.เสน่ห์ จามริก ทำนองเดี ย วกั น นี ้ และหลั ง จากยุ ค ปฏิ ว ั ต ิ อ ุ ต สาหกรรม การเมื อ งของฝ่ า ยที ่ ม ี ซึ่งมีรากฐานอยู่ที่สิทธิในทรัพย์สินแบบตะวันตก ก็พัฒนาอย่างรวดเร็วขึ้นเป็นลัทธิ บูชาเทวรูปแห่งทุนนิยมอุตสาหกรรม ซึง่ มีสามง่ามไว้คอยจัดการกับมนุษย์ ธรรมชาติ และตลาด ทั ้ ง หมดนี ้ ก ระทำในนามของวิ ช าเศรษฐศาสตร์ ซึ ่ ง มี อะดั ม สมิ ธ ผู้มีชื่อสียงเป็นต้นคิดจากนั้นมาระบบเศรษฐกิจก็เข้าครอบงำสังคม และในการนี้ ดังที่ คาร์ล โปลองยี นักประวัติศาสตร์เศรษฐกิจคนสำคัญได้กล่าวไว้ “หมายความ ไม่น้อยไปกว่าการที่สังคมกลายเป็นส่วนต่อของตลาดและแทนที่เศรษฐกิจจะเป็น ส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ทางสังคม ความสัมพันธ์ทางสังคมกลับตกเป็นส่วนหนึ่ง ของระบบเศรษฐกิจ”๙ ตามกรอบแนวความคิดแบบนี้ มนุษย์จึงถูกตีค่าและปฏิบัติ ในฐานะเพียงหน่วยย่อยของแรงงาน และธรรมชาติก็ถูกตีค่าและปฏิบัติในฐานะ เพียงวัตถุดิบ และทั้งแก่นสารทางธรรมชาติและความเป็นมนุษย์ท��่ประกอบกันขึ้น เป็นสังคม ต่างก็ถูกแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นสินค้าทางวัตถุ จึงต้องตกอยู่ภายใต้ กลไกตลาด ซึ่งยึดมั่นกันว่าเป็นกลไกที่กำกับดูแลตัวมันเอง อยู่เหนือการควบคุม ทางสังคม นีก้ ค็ อื กระบวนการในประวัตศิ าสตร์ทท่ี ำให้เศรษฐกิจแบบตลาดถือกำเนิดขึน้ ในสังคมพาณิชย์นิยม นำมาซึ่งลัทธิความเชื่อในการค้าเสรีและระบบตลาดเสรี๑๐ และทัง้ หมดนีก้ เ็ ป็นไปเพือ่ ความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมและการสัง่ สมทุนอย่างไม่รจู้ บ บนพื้นฐานอุดมการณ์สุดขั้วดังกล่าว การจัดตั้งอาณานิคมและการเข้าถือ ครองธรรมชาติก็รุดหน้าไปอย่างเต็มกำลังนับแต่นั้นมา ตรงนี้เราย่อมเห็นได้ชัดว่า ข้อบัญญัตวิ า่ ด้วยสิทธิและเสรีภาพแบบตะวันตกเข้ามามีบทบาทอย่างไร โดยอาศัยอิง กรอบความคิดว่าด้วยปัจเจกชนนิยม สิทธิในทรัพย์สินและหลักนิติธรรม ในบรรดา องค์ประกอบเหล่านี้ส่วนที่สำคัญที่สุดนั้นอยู่ที่สิทธิในทรัพย์สิน ซึ่งตามทฤษฎีมูลค่า ๙ Karl Polanyi, The Great Transformation: the palitical and economic origins of our time, Boston, Beacon Press, ๑๙๕๗, p. ๕๗. ๑๐ Ibid., p. ๔๒-๔๒, ๑๓๒, ๑๓๕-๑๔๐. สำนั ก งานคณะกรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง ชาติ ๑๕

Select target paragraph3