รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘
๒
สถานการณ์ทั่วไป
สถานการณ์ความไม่สงบในพืน้ ทีจ่ งั หวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหา
ทีส่ ะสมมาเป็นระยะเวลานาน โดยปัจจุบนั ยังคงมีเหตุการณ์เกิดขึน้
อย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา
(ในเขต ๔ อ�ำเภอ ได้แก่ อ�ำเภอจะนะ อ�ำเภอสะบ้าย้อย อ�ำเภอ
เทพา และอ�ำเภอนาทวี) เหตุการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัด
ชายแดนภาคใต้เกิดจากความคิดเห็นของกลุม่ คนทีม่ คี วามแตกต่าง
กับระบอบการเมือง และมีทรรศนะในการมองทีต่ รงข้ามกัน โดยรัฐ
มองว่าการต่อต้านต่าง ๆ ของกลุ่มบุคคลในพื้นที่นั้น กระท�ำไป
เพื่อวัตถุประสงค์ในการแบ่งแยกดินแดน ในขณะที่กลุ่มคนในพื้นที่
กลับมองว่า การเคลือ่ นไหวการประท้วงต่อสูต้ า่ ง ๆ นัน้ คือ การเรียกร้องความเป็นธรรมและสิทธิของพลเมืองทีร่ ฐั จะต้องเคารพวัฒนธรรม ความ
เชือ่ ของกลุม่ คน โดยทีก่ ารต่อต้านในลักษณะต่าง ๆ ด�ำเนินไปเพือ่ ความถูกต้องและเป็นธรรมตามศรัทธาและความเชือ่ ของกลุม่ ๗๘ เหตุการณ์
ความรุนแรงทีเ่ กิดขึน้ ตลอดระยะเวลาทีย่ าวนานนัน้ รัฐบาลมองว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุม่ ผูก้ อ่ ความไม่สงบ แต่ยงั ปรากฏความเชือ่
ของคนบางส่วนว่า กลุ่มท้องถิ่น คู่แข่งทางธุรกิจหรืออาชญากรรมมีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ดังกล่าว๗๙ เหตุการณ์ความไม่สงบ
ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นต่อเนื่องเรื่อยมาจนกระทั่งในปี ๒๕๔๗ รัฐบาลได้ก�ำหนดให้การแก้ไขปัญหาสถานการณ์จังหวัด
ชายแดนภาคใต้เป็นการท�ำสงครามต่อต้านการก่อการร้ายในประเทศ มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกในพืน้ ที่ ส่งผลให้มกี ารโต้ตอบจากกลุม่ ผูก้ อ่
ความไม่สงบรุนแรงขึน้ ผ่านการสร้างสถานการณ์ในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ การท�ำร้ายประชาชน การลอบยิง การวางระเบิด การโจมตีฐานปฏิบตั กิ าร
ของเจ้าหน้าที่ และการเผาสถานศึกษา เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย ตลอดจน
ความปลอดภัยในการด�ำเนินชีวิตของคนในพื้นที่
นับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๗ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๘
รวมระยะเวลากว่า ๑๒ ปี มีเหตุการณ์เกิดขึ้นทั้งสิ้น ๑๕,๓๗๕ ครั้ง
มีผู้เสียชีวิตจ�ำนวน ๖,๕๔๓ ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บจ�ำนวน
๑๑,๙๑๙ ราย๘๐ เหตุการณ์ความไม่สงบน�ำมาซึ่งความสูญเสีย
ทั้งในด้านชีวิต ทรัพย์สิน รวมถึงผลกระทบต่อภาวะความเชื่อมั่น
ขวั ญ และก� ำ ลั ง ใจของประชาชนในพื้น ที่ หลายครอบครัว ต้ อ ง
สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ผู้หญิงจ�ำนวน ๒,๖๕๓ คน กลายเป็น
หม้าย๘๑ เด็กจ�ำนวน ๙,๘๐๖ คน กลายเป็นเด็กก�ำพร้า๘๒ นอกจากนี้
ยังส่งผลกระทบต่อทรัพย์สิน บ้านเรือน ที่อยู่อาศัย ไม่เว้นแม้แต่
โรงเรียน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้แก่เด็กในพื้นที่ ยังตกเป็น
เป้าหมายของการก่อความไม่สงบ โดยตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ถึงปัจจุบัน
มีโรงเรียนถูกเผาท�ำลายไปแล้ว ๓๒๕ โรงเรียน ในจ�ำนวนนีเ้ กีย่ วข้อง
กับคดีความมั่นคงจ�ำนวน ๓๑๔ โรงเรียน โดยจ�ำแนกเป็นโรงเรียน
ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ๑๗ แห่ง จังหวัดปัตตานี ๑๓๓ แห่ง จังหวัด
ยะลา ๘๑ แห่ง และจังหวัดนราธิวาส ๘๓ แห่ง๘๓
๗๘ ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ, “ความเป็นมาของทฤษฎีแบ่งแยกดินแดนในภาคใต้ไทย”, www.southwatch.org/books.php?id=6 (สืบค้นเมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๙)
๗๙ วิกิพีเดีย, “ความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย”, https://th.wikipedia.org (สืบค้นเมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๙)
๘๐ โรงเรียนนักข่าวชายแดนภาคใต้, “การวิเคราะห์ข้อมูลเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในรอบปี ๒๕๕๘��, www. deepsouthwatch.org/node/7942 (สืบค้นเมื่อวัน
ที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๙)
๘๑ ศูนย์อ�ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้,“รายงานสรุปผลการด�ำเนินงานประจ�ำปี ๒๕๕๘”, หน้า ๒๘
๘๒ โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้, “ศวชต.เปิดข้อมูลเด็กก�ำพร้าจากไฟใต้กว่า ๙ พัน พบเงินเยียวยาถึงเด็กน้อย ต้องดูแลด้านจิตใจ”, http:// deepsouthwatch.org/node/8414 (สืบค้นเมื่อ
๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๙)
๘๓ คมชัดลึก,“๑๒ ปีไฟใต้ โรงเรียนถูกเผา ๓๒๕ แห่ง !”, www.komchadluek.net/detail20151231/219651.html (สืบค้นเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๙)
59