รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘ ๓.๒.๕ ๑ สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลักการด้านสิทธิมนุษยชน อนุสญ ั ญาต่อต้านการทรมาน และการประติบตั ิ หรือการลงโทษอืน่ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือที่ย�่ำยีศักดิ์ศรี (CAT) ซึ่งมุ่งประสงค์ ในการระงับและยับยั้งการกระท�ำการทรมานและทารุณกรรม ในทุกรูปแบบและทุกสถานการณ์ และให้มกี ารจัดตัง้ คณะกรรมการ ต่อต้านการทรมานขึ้น เพื่อดูแลไม่ให้มีการกระท�ำการทรมานใน รัฐภาคี และให้รฐั ภาคีออกมาตรการทางกฎหมายหรือมาตรการต่าง ๆ ที่จ�ำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้มีการกระท�ำการทรมานในประเทศตน ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ โดย การภาคยานุวัติเมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๐ และมีผลบังคับใช้ กับประเทศไทยตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC) ได้ประกันสิทธิของเด็กโดยเน้น หลักพื้นฐาน ๔ ประการ ได้แก่ (๑) การห้ามเลือกประติบัติต่อเด็ก และการให้ ค วามส� ำ คั ญ แก่ เ ด็ ก ทุ ก คนอย่ า งเท่ า เที ย ม โดยไม่ ค�ำนึงถึงความแตกต่างของเด็ก ในเรื่องเชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง ชาติพันธุ์ หรือสังคม ทรัพย์สิน ความทุพพลภาพ การเกิด หรือสถานะอืน่ ๆ ของเด็ก หรือบิดามารดา หรือผูป้ กครองทางกฎหมาย ทัง้ นี้ เพือ่ ให้เด็กมีโอกาสทีเ่ ท่าเทียมกัน (๒) การกระท�ำหรือการด�ำเนินการทั้งหลายต้องค�ำนึงถึงประโยชน์ สูงสุดของเด็กเป็นอันดับแรก (๓) สิทธิในการมีชวี ติ การอยูร่ อด และ การพัฒนาทางด้านจิตใจ อารมณ์ สังคม และ (๔) สิทธิในการแสดง ความคิดเห็นของเด็ก และการให้ความส�ำคัญกับความคิด ตลอดจน พิธีสารเลือกรับฯ เรื่อง ความเกี่ยวพันของเด็กในความขัดแย้งกัน ด้วยอาวุธที่รัฐจะต้องมีมาตรการ ป้องกัน ติดตาม คุ้มครองไม่ให้ เด็กเข้าไปอยูใ่ นสถานการณ์ความขัดแย้ง หรือสถานการณ์การสูร้ บ อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกประติบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (CEDAW) ซึง่ มุง่ ประสงค์ในการขจัดการเลือกปฏิบตั ติ อ่ สตรีทกุ รูปแบบ รวมทั้งการประกันว่าสตรีและบุรุษมีสิทธิที่จะได้รับการปฏิบัติ และดูแลจากรัฐอย่างเสมอภาคกัน การก�ำหนดค�ำจ�ำกัดความ ของค�ำว่าการเลือกปฏิบัติต่อสตรี (discrimination against women) พั น ธกรณี ข องรั ฐ ภาคี ม าตรการที่ รั ฐ ภาคี ต้องด�ำเนินการเพือ่ สนับสนุนความก้าวหน้าของสตรี มาตรการ เร่ ง ด่ ว นชั่ ว คราวเพื่ อ สร้ า งความเท่ า เที ย มกั น ระหว่ า ง บุ รุ ษ และสตรี อ ย่ า งแท้ จ ริ ง การปรั บ รู ป แบบทางสั ง คม และวัฒนธรรมเพื่อให้เอื้อต่อการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี การสร้ า งความเท่ า เที ย มกั น ระหว่ า งบุ รุ ษ และสตรี ใ นด้ า น การเมื อ งและการด� ำ รงชี วิ ต (public life) ทั้ ง ในระดั บ ประเทศและระหว่ า งประเทศ เช่ น สิ ท ธิ ใ นการเลื อ กตั้ ง การสนับสนุนให้ด�ำรงต�ำแหน่งที่ส�ำคัญ ความเท่าเทียมกัน ในกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ และการศึกษาการที่สตรีจะได้รับ การดูแลทางเศรษฐกิจ โดยได้รับความเท่าเทียมกันในด้าน สิทธิและโอกาสที่จะได้รับการจ้างงานและสิทธิด้านแรงงาน รวมถึ ง การป้ อ งกั น ความรุ น แรงต่ อ สตรี ในสถานที่ท�ำงาน การให้ความส�ำคัญแก่สตรีในชนบท ทั้งในด้านแรงงานและ ความเป็นอยู่ ความเท่าเทียมกันของบุรุษและสตรีในด้าน กฎหมาย โดยเฉพาะในด้ า นกฎหมายแพ่ ง และกฎหมาย ครอบครัว รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และ พุทธศักราช ๒๕๕๗ (ฉบับชัว่ คราว) ได้ให้ความคุม้ ครองศักดิศ์ รี ความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้บัญญัติหลักการส�ำคัญ ๆ หลายประการ ที่ให้การคุ้มครอง สิทธิของประชาชน อาทิ การรับรองสิทธิและเสรีภาพในชีวิต และร่างกาย การห้ามการทรมาน ทารุณกรรม หรือการลงโทษ ด้วยวิธีการโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรม สิทธิในกระบวนการ ยุติธรรม เป็นต้น 58 บทที่ ๓ สถานการณ์สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights : ICCPR) ให้การรับรองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ได้แก่ สิทธิในการมีชีวิตอยู่ เสรีภาพจากการถูกทรมาน การห้ามบุคคลมิให้ตก อยู่ในภาวะเยี่ยงทาส การห้ามบุคคลมิให้ถูกจับกุมตามอ�ำเภอใจ การปฏิบัติต่อผู้ถูกลิดรอนเสรีภาพอย่างมีมนุษยธรรม ความเสมอภาค ของบุคคลภายใต้กฎหมาย การห้ามมิให้มีการบังคับใช้กฎหมายอาญาย้อนหลัง สิทธิการได้รับรองเป็นบุคคลตามกฎหมาย การ ห้ า มแทรกแซงความเป็ น ส่ ว นตั ว การคุ ้ ม ครองเสรี ภ าพทางความคิ ด เสรี ภ าพในการแสดงความคิ ด เห็ น และการแสดงออก เป็ น ต้ น ประเทศไทยได้เข้าเป็น ภาคีก ติก า ICCPR โดยการภาคยานุ วั ติ เมื่ อ วั น ที่ ๒๙ ตุ ล าคม ๒๕๓๙ และมี ผ ลใช้ บังคับ กับ ประเทศไทย เมื่ อ วั น ที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๔๐ โดยไม่ มี ก ารตั้ ง ข้ อ สงวน แต่ ไ ด้ ท� ำ ค� ำ แถลงตี ค วามไว้ ๔ ประเด็ น ได้ แ ก่ (๑) ข้ อ บทที่ ๑ วรรค ๑ เรื่ อ งการใช้ สิ ท ธิ ใ นการก� ำ หนดเจตจ� ำ นงของตนเอง การก� ำ หนดสถานะทางการเมื อ ง การด� ำ เนิ น การ ทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมอย่างเสรี (๒) ข้อบทที่ ๖ วรรค ๕ การพิพากษาประหารชีวิตบุคคลอายุต�่ำกว่า ๑๘ ปี (๓) ข้อบทที่ ๙ วรรค ๓ ระยะเวลาในการน�ำผู้ถูกจับกุมไปศาล และ (๔) ข้อบทที่ ๒๐ วรรค ๑ การห้ามโฆษณาชวนเชื่อเพื่อสงคราม โดยต่อมา ประเทศไทยได้ถอนค�ำแถลงตีความข้อบทที่ ๖ วรรค ๕ และข้อบทที่ ๙ วรรค ๓ มีผลตั้งแต่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๕

Select target paragraph3