รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘
๓.๑.๒
สนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี
๑) กติ ก าระหว่ า งประเทศว่ า ด้ ว ยสิ ท ธิ พ ลเมื อ งและสิ ท ธิ ท างการเมื อ ง (International Covenant
on Civil and Political Rights : ICCPR)
ประเทศไทยเข้าเป็นภาคี โดยการภาคยานุวัติและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๔๐ โดยท�ำค�ำแถลง
ตี ค วาม ๒ ประเด็ น ได้ แ ก่ (๑) เรื่ อ งการก� ำ หนดเจตจ� ำ นงของตนเอง โดยมิ ไ ด้ ห มายรวมถึ ง การแบ่ ง แยกดิ น แดน
หรือเอกภาพทางการเมือง (ข้อ ๑ วรรคหนึ่ง) และ (๒) การโฆษณาชวนเชื่อเพื่อท�ำสงคราม (ข้อ ๒๐ วรรคหนึ่ง)
เนื้อหาของกติกาฉบับนี้มี ๖ ส่วน ๕๓ ข้อ ๓ ส่วนแรก (ข้อ ๑-๒๗) เป็นสารบัญญัติว่าด้วยสิทธิต่าง ๆ ส่วนที่
๔ (ข้อ ๒๘-๔๕) ว่าด้วยคณะกรรมการและการเสนอรายงาน (ข้อ ๔๐) การไกล่เกลีย่ ข้อร้องเรียนระหว่างประเทศเกีย่ วกับการไม่ปฏิบตั ิ
ตามบทบัญญัติของกติกาส่วนที่ ๕ (ข้อ ๔๖-๔๗) ว่าด้วยการตีความ และส่วนที่ ๖ (ข้อ ๔๗-๕๓) ว่าด้วยการลงนามเข้าเป็นภาคี
การมีผลใช้บงั คับ การแก้ไข การเก็บรักษาต้นฉบับทัง้ ๕ ภาษา ส่วนทีเ่ ป็นสารบัญญัติ ๒๗ ข้อก�ำหนดสิทธิตา่ ง ๆ ทัง้ ในส่วนทีเ่ ป็นสิทธิ
ของประชาชน ซึ่งว่าด้วยการก�ำหนดสิทธิของตนเองของประชาชนในเรื่องการเมือง และสามารถด�ำเนินการอย่างเสรีในการจัดการ
ทรัพยากรและพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมของตน และการประกันสิทธิของรัฐภาคี ที่จะต้องส่งเสริมให้บังเกิดผลตาม
สิทธิดงั กล่าว โดยปราศจากการเลือกปฏิบตั ิ สิทธิเหล่านีร้ วมถึงสิทธิทจี่ ะมีชวี ติ และการยกเลิกโทษประหารชีวติ การห้ามการทรมาน/
ลงโทษทารุณโหดร้าย การมีทาส เสรีภาพในความปลอดภัยของร่างกาย ห้ามการจับกุม โดยมิได้ท�ำผิดกฎหมาย การปฏิบัติต่อ
ผู้ถูกจับกุมด้วยมนุษยธรรม เสรีภาพในการเลือกถิ่นที่อยู่อาศัย ความเสมอภาคในด้านกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมทางศาล
สิทธิในสถานะบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว สิทธิเสรีภาพทางความคิดและศาสนา การห้ามการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อการสงคราม
และการเกลียดชังเผ่าพันธุ์ สิทธิในการชุมนุมอย่างสงบ การรวมตัวเป็นสมาคม การคุ้มครองครอบครัวและการสมรส สิทธิของเด็ก
ในด้านการคุ้มครอง การมีทะเบียนเกิดและสัญชาติ การมีสิทธิมีส่วนในการบริหารบ้านเมืองและสิทธิของชนกลุ่มน้อย
๒) อนุ สั ญ ญาต่ อ ต้ า นการทรมานและการประติ บั ติ หรื อ การลงโทษอื่ น ที่ โ หดร้ า ย ไร้ ม นุ ษ ยธรรม
หรือที่ย�่ำยีศักดิ์ศรี (Convention Against Torture and other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or
Punishment : CAT)
อนุสัญญามีวัตถุประสงค์เพื่อระงับยับยั้งการทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐ โดยก�ำหนดให้รัฐภาคีแต่ละรัฐต้องด�ำเนิน
มาตรการต่าง ๆ ทีม่ ปี ระสิทธิภาพเพือ่ ป้องกันมิให้เกิดการกระท�ำการทรมานในอาณาเขตใดซึง่ อยูภ่ ายใต้เขตอ�ำนาจขอ���ตน และไม่มี
พฤติการณ์พเิ ศษใดไม่วา่ จะเป็นภาวะสงคราม หรือสภาพคุกคามทีเ่ กิดจากสงคราม หรือสภาวะฉุกเฉินสาธารณะอืน่ ใดมาเป็นข้ออ้าง
ส�ำหรับการทรมานได้ โดยรัฐภาคีจะต้องประกันว่าการกระท�ำทรมานทั้งปวงเป็นความผิดตามกฎหมายอาญาของตน และก�ำหนด
โทษที่เหมาะสมกับความร้ายแรงของการกระท�ำ โดยรัฐภาคีต้องปฏิบัติตามในข้อบทที่ ๑-๑๗
๓) อนุ สั ญ ญาว่ า ด้ ว ยการคุ ้ ม ครองบุ ค คลทุ ก คนจากการหายสาบสู ญ โดยถู ก บั ง คั บ (International
Convention for the Protection of All Persons from Enforced Disappearance (CED) )
อนุสัญญามีวัตถุประสงค์เพื่อระงับยับยั้งการบังคับบุคคลให้สูญหาย โดยการกระท�ำของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยก�ำหนด
ให้บุคคลจะถูกกระท�ำให้หายสาบสูญโดยถูกบังคับไม่ได้และไม่มีพฤติการณ์พิเศษใดไม่ว่าจะเป็นสภาวะสงคราม หรือสภาพคุกคาม
ทีจ่ ะเกิดสงคราม หรือเหตุอนื่ ใดมาเป็นข้ออ้างส�ำหรับการกระท�ำให้บคุ คลหายสาบสูญโดยถูกบังคับได้ ซึง่ รัฐภาคีตอ้ งด�ำเนินมาตรการ
ที่จ�ำเป็นเพื่อประกันว่าการหายสาบสูญโดยถูกบังคับเป็นฐานความผิดภายใต้กฎหมายอาญาของตน และต้องด�ำเนินมาตรการ
ที่เหมาะสมเพื่อสอบสวนและน�ำตัวผู้กระท�ำผิดมาด�ำเนินคดี และต้องก�ำหนดบทลงโทษและอายุความที่เหมาะสมและร้ายแรง
ของความผิด โดยรัฐภาคีต้องปฏิบัติตามในข้อบทที่ ๑-๒๕ แม้ว่าประเทศไทยยังอยู่ในระหว่างกระบวนการให้สัตยาบันเพื่อเข้าเป็น
ภาคี ซึ่งอนุสัญญาฯ จะยังไม่มีผลใช้บังคับกับประเทศไทย แต่รัฐบาลก็จะต้องไม่กระท�ำการใดๆ ที่เป็นการขัดต่อสาระและความ
มุ่งประสงค์ (Objects and Purposes) ของอนุสัญญาดังกล่าว
31