รายงานการศึกษาวิจัย การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี กรณีศึกษาที่สําคัญ การแกไขปญหาการเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี กรณีที่ 1 กรณีบริษัทขายเครื่องใชในบาน กรณีนี้เกิดขึ้นเมื่อผูติดเชื้อคนหนึ่งเขาไปสมัครงานในบริษัทขายเครื่องใชในบานที่บริษัทสาขาในภูมิภาค และถูกบังคับใหตรวจเลือดในการสมัครงาน ผูติดเชื้อจึงนําเรื่องไปปรึกษากับเครือขายผูติดเชื้อในระดับพื้นที่ ซึ่งมี การประสานงานกับเครือขายผูติดเชื้อเอชไอวี/เอดส ระดับประเทศ (TNP+) เมื่อเครือขายทราบถึงกรณีดังกลาว ประธานเครือขายฯ ไดทดลองไปสมัครงานในบริษัทแหงนั้น เมื่อประสบปญหาเดียวกัน จึงมีการนัดหมายให คณะอนุกรรมการคุมครองสิทธิเขาไปทําความเขาใจกับเจาของกิจการ เมื่อเจาของกิจการเขาใจวาการบังคับตรวจ เลือดเปนการละเมิดสิทธิของผูติดเชื้อ ซึ่งผิดหลักกฎหมายหลายประการ เจาของกิจการจึงปรับเปลี่ยนนโยบาย ยกเลิกการบังคับตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวีในการจางงาน ซึ่งมีผลในการกําหนดนโยบายการจางงานกับ ทุกสาขาในบริษัทดังกลาว แตในกรณีนี้ เจาของกิจการไมตองการประชาสัมพันธใหเปนที่โดดเดน เนื่องจาก ไมแนใจวาถาเปนกรณีตัวอยางที่ชัดเจนแลวจะเปนผลดีตอบริษัทหรือไม ที่มา : รวบรวมขอมูลจากประธานเครือขายผูติดเชื้อเอชไอวี/เอดส (ประเทศไทย) ในการสนทนากลุมใน โครงการหลายครั้ง เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2556 และ 1 มีนาคม 2556 และการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการ วิเคราะหขอมูลเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2556 และขอมูลจากตัวแทนเจาของกิจการดังกลาว ในการสนทนากลุม นายจางของโครงการ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2556 กรณีศึกษาที่ 2 กรณีรานอาหาร จากข อ มู ล กรณี ศึ ก ษาเรื่ อ งถู ก ให อ อกจากงานเพราะติ ด เชื้ อ เอชไอวี (ในบทที่ 3) ผู  ติ ด เชื้ อ ได รั บ ความชวยเหลือจากเพื่อนของผูติดเชื้อดวยกัน แนะนําใหปรึกษาเจาหนาที่ในองคกรภาคประชาสังคม ซึ่งมีการสงตอ ไปยังมูลนิธิศูนยคุมครองสิทธิดานเอดส (FAR) หลังไดรับเรื่องรองเรียน FAR ไดสนับสนุนใหผูติดเชื้อไปรองเรียนตอ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ ซึง่ ตอมา คณะอนุกรรมการดานสิทธิทางเศรษฐกิจฯ ไดนดั หมายใหมกี ารเจรจา เพื่อทําความเขาใจระหวางเจาของกิจการและผูติดเชื้อ รวมถึงเจาหนาที่จาก FAR ซึ่งเปนพี่เลี้ยงของผูติดเชื้อดวย ในการเจรจาเจาของกิจการยอมรับวาไมมีนโยบายเลือกปฏิบัติตอผูติดเชื้อในองคกร แตการเลือกปฏิบัติที่เกิดขึ้น เกิดจากการใชวิจารณญาณของผูจัดการสาขาที่ขาดความเขาใจในเรื่องการแพรระบาดของเชื้อเอชไอวีและสิทธิ ของผูติดเชื้อ หลังจากการทําความเขาใจเจาของกิจการไดเสนอที่จะรับผูติดเชื้อเขาทํางานตอไป ขอมูลจาก: การสัมภาษณผูติดเชื้อ ผูใกลชิด และเจาหนาที่ FAR, วันที่ 27 พฤษภาคม 2556 4.3 บทวิเคราะหเรื่องกลไกในการดําเนินงานสงเสริมและคุมครองสิทธิในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อ จากขอมูลการดําเนินงานเรื่องการสงเสริมและการคุมครองสิทธิในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อ พอจะ ทําใหสรุปไดวา ในเรื่องเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี ที่ผานมา กลไกในการ สงเสริมสิทธิของผูติดเชื้อไมสามารถเขาถึงผูติดเชื้อในวงกวาง ในภาคเอกชน พบวากรณีการรับรองมาตรฐาน ASO Thailand ที่ดูจะเปนกลไกหลักในการสงเสริมสิทธิในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อ ก็ยังมีขอจํากัดในการ ดําเนินงานทีเ่ นนกลุม เปาหมายเฉพาะกลุม นายจางเปนหลัก ทําใหนายจางมีอาํ นาจตัดสินใจในการเลือกทีจ่ ะเขารวม หรือไมเขารวมโครงการ ในขณะเดียวกับที่องคกรลูกจางในปจจุ���ัน ก็ไมไดใหความสนใจในประเด็นสิทธิของ 69

Select target paragraph3

Connect to a paragraph
Connect to an entity
Disable highlights
Add to table of contents