รายงานการศึกษาวิจัย การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี ฝายราชการตองยินยอมแตงตั้ง (ในขณะที่อีกกรณีหนึ่งเปนการแตงตั้งคนอื่น ๆ ใหดํารงตําแหนงแทนผูติดเชื้อ และใหผูติดเชื้อเปนผูทํางานหลัก) หรือการที่องคการบริหารสวนทองถิ่นแหงหนึ่ง ไมเลือกปฏิบัติและยังสนับสนุน ชวยเหลือใหผูติดเชื้อไดทํางานตอไป เนื่องจากผูบริหารองคกรแหงนั้นเคยมีประสบการณที่ญาติเปนผูติดเชื้อ จึงมี ความเขาใจและใหโอกาสใหผูติดเชื้อไดดําเนินชีวิตตามปกติ123 เมื่อพิจารณาจากกรณีการเลือกปฏิบัติที่กลาวมาขางตน จะเห็นไดวาเมื่อผูติดเชื้อเลี่ยงกระบวนการ เลือกปฏิบัติในระดับสถาบันการทํางาน และกลับมาประกอบอาชีพที่ไมตองมีการบังคับใหตรวจเลือดในชุมชน แต ก็ ยั ง ได รั บ ผลกระทบจากการเลื อ กปฏิ บั ติ ใ นระดั บ ชุ ม ชนอยู  ดี อย า งไรก็ ดี ข อ มู ล จากการสนทนากลุ  ม แสดงใหเห็นวา เมื่อพวกเขาถูกเลือกปฏิบัติในระดับชุมชน ทางออกที่สําคัญ คือ ความพยายามในการพิสูจนตนเอง เพื่อแสดงใหคนอื่น ๆ เห็นวาพวกเขายังมีสุขภาพแข็งแรง ไมไดอยูในสภาพที่นารังเกียจ พรอมไปกับการพยายาม ทําความเขาใจกับคนในชุมชน โดยมีเครือขายผูติดเชื้อในทองถิ่นเปนกลไกที่สําคัญในการสนับสนุน ใหกําลังใจ ร ว มแก ไขป ญ หา ทํ า ให ผู  ติ ด เชื้ อ ยั ง คงดํ า เนิ น ชี วิ ต ได ต ามปกติ แม ว  า จะเป ด เผยสถานะการเป น ผู  ติ ด เชื้ อ ของ ตนเองก็ตาม ผลกระทบจากการเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี ขอมูลสวนนี้ เปนผลมาจากการสนทนากลุมผูติดเชื้อเอชไอวี 2 ครั้ง ประกอบกับการสนทนา กลุมผูใกลชิดผูติดเชื้อโดยทั้งสองกลุมมองวา การบังคับตรวจเลือดในการสมัครงาน ซึ่งเปนดานแรกในการเขาสู ตลาดแรงงาน สงผลกระทบโดยตรงตอความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครอบครัวผูติดเชื้อ ทําใหผูติดเชื้อมีทางเลือก ในการประกอบอาชีพนอยลง ขาดโอกาสในความกาวหนาในการทํางาน ตลอดจนโอกาสในการเพิ่มรายได และ ในหลายกรณี เมื่อผูติดเชื้อสูญเสียอาชีพหลัก และกลับมาทํางานในชุมชนก็ยังถูกเลือกปฏิบัติในระดับชุมชน ผลกระทบจึงไมเพียงเกิดขึ้นกับเฉพาะตัวผูติดเชื้อเอชไอวี แตคนในครอบครัวก็ยังไดรับผลกระทบจากการเลือก ปฏิบัติที่ขยายไปถึงความสัมพันธเรื่องอื่น ๆ ในชุมชนดวย สํ า หรั บ ผู  ติ ด เชื้ อ ที่ ป ระกอบธุ ร กิ จ ขายอาหารปรุ ง สํ า เร็ จ นอกจากลู ก ค า จะไม ซื้ อ อาหารแล ว ยังรังเกียจไปถึงอาหารที่ครอบครัวของผูติดเชื้อเปนผูปรุงดวย และเมื่อผูติดเชื้อไปรวมงานประเพณีที่วัดก็ถูกกีดกัน ไมใหทํากิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับอาหารเปนตน124 สวนผลกระทบทางออมจากการเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อนั้น ปรากฏออกมา ในหลายรูปแบบที่สําคัญไดแก (1) ทําใหผูติดเชื้อยิ่งตีตราบาปใหตัวเอง (self-stigma) หรือเปนการตีตราภายในตนเอง (internal stigma) ยอมรับทัศนะของคนรอบขางวา การติดเชื้อเอชไอวีเปนเรื่องผิดบาป นารังเกียจ เห็นวา การเลือกปฏิบัติ ของคนอื่น ๆ เปนเรื่องที่ถูกตอง เหมาะสม ดังนั้น จึงเลือกที่จะไมเปดเผยขอมูลของตนเอง แตใชชีวิตอยูอยาง หวาดระแวง เกรงวาผูอื่นจะรูตลอดเวลาในหลายกรณีที่ผูติดเชื้อตัดสินใจเปดเผยขอมูลและเขารับการรักษา ชาเกินไป ทําใหเสียชีวิตกอนเวลาอันควร125 การสนทนากลุมผูติดเชื้อเอชไอวี ครั้งที่ 1, 14 มกราคม 2556 การสนทนากลุมผูใกลชิดผูติดเชื้อครั้งที่ 2, 27 มกราคม 2556 125 การสนทนากลุมผูติดเชื้อเอชไอวี ครั้งที่ 2, 27 มกราคม 2556 123 124 53

Select target paragraph3