52 รายงานการศึกษาวิจัย การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี กรณีที่ 1 การเลือกปฏิบัติตอผูติดเชื้อที่ขายอาหาร ในระยะแรก ๆ เมื่อลูกคาทราบสถานะของ ผูติดเชื้อ ทําใหลูกคาไมซื้ออาหารที่ผูติดเชื้อทําขาย เพราะเกรงวาจะติดเชื้อจากอาหาร และรังเกียจสภาพรางกาย ของผูติดเชื้อ อยางไรก็ดี เมื่อผูติดเชื้อสามารถพิสูจนตนเองวา ตนเองไมเจ็บปวยและไมไดมีสภาพที่นารังเกียจ ประกอบกับมีการพยายามทําความเขาใจจากเครือขายผูติดเชื้อกับประชาชนคนอื่น ๆ ในชุมชน ทําใหผูติดเชื้อ สามารถขายอาหารไดจนถึงปจจุบัน กรณีที่ 2 ผูติดเชื้อที่ตัดสินใจทําธุรกิจเพาะเห็ดขาย ในระยะแรก ๆ ลูกคาไมซื้อเห็ดจากผูติดเชื้อ รายนี้ เพราะเกรงวาจะมีการปนเปอนเชื้อเอชไอวีในระหวางเก็บเห็ด เมื่อผูติดเชื้อพยายามทําความเขาใจกับ คนในชุมชนถึงชองทางในการติดตอ และแสดงใหเห็นวา ตนเองไมไดอยูในภาวะเจ็บปวยจนเปนที่นารังเกียจ ทําให สามารถขายผลผลิตไดตอไป121 กรณีที่ 3 ผูติดเชื้อที่เปนแรงงานรับจางในชุมชน ในระยะแรก เนื่องจากภาวะความเจ็บปวย ทําใหไมคอยมีคนมาจางทํางานตอเมื่อสุขภาพดีขึ้นจึงมีคนมาจางทํางาน และเมื่อตนเองแสดงใหเห็นวา สามารถ ทํางานไดเชนเดียวกับคนอื่น ๆ หนึ่งในกรณีนั้นเปนผูรับเหมาที่ตดิ เชื้อเอชไอวี ก็สามารถทํางานไดตามปกติ กรณีที่ 4 ผูติดเชื้อที่เคยทํางานเปนหมอนวดแผนไทยในรานนวดแผนไทย เมื่อรูตัววาติดเชื้อ ก็เปนฝายลาออกมารักษาตัว และเมื่อสุขภาพดีขึ้นไดกลับมาเปดบริการรานนวดของตนเอง โดยไมไดแจงลูกคา ทั่วไปวาตนเองติดเชื้อ เธอเลาใหฟงวาเคยบอกลูกคาบางคนที่มีความสนิทสนม ปรากฏวาลูกคาบางคนก็ไมเชื่อ เพราะเห็นวาตนเองมีสขุ ภาพดี อวนทวน สมบูรณ ลูกคาบางคนก็ยอมรับไดและยังคงมาใชบริการแตเธอก็ไมแนใจวา ถาลูกคาทั่วไปรูสถานะการติดเชื้อแลวรานนวดของเธอจะดําเนินการตอไดหรือไม กรณีที่ 5 การเลือกปฏิบัติในธุรกิจขายของฝาก ผูติดเชื้อรับจางขายของในรานขายของฝาก และนายจางใหออกจากงานเมื่อทราบสถานะการติดเชื้อ โดยอางเหตุผลวา ธุรกิจของตนเปนธุรกิจบริการ และ เกรงวาคูแขงธุรกิจจะใชเปนเหตุในการโจมตี ตอมาผูติดเชื้อคนนี้ไดไปสมัครงานในที่แหงใหม ซึ่งเปนรีสอรท ที่ไมมีการบังคับใหตรวจเลือด โดยในกรณีนี้ เครือขายผูติดเชื้อวิเคราะหวา สาเหตุที่แทจริงของการใหออกจากงาน ไมนาจะเปนเรื่องสถานะการติดเชื้อ แตเปนเพราะนายจางตองการใหออกจากงานดวยเหตุผลอื่น ๆ มากกวา122 อยางไรก็ดี ในประเด็นนี้แสดงใหเห็นวา การติดเชื้อเอชไอวีกลายเปนตราบาป ท���าใหผูติดเชื้อถูกซํ้าเดิม ดวยการ กลาวอางสถานะการติดเชื้อเปนสาเหตุในการใหผูติดเชื้อออกจากงาน แทนที่จะเปนการใชเหตุผลที่แทจริง กรณี สุ ด ท า ย เปนการบั ง คั บ ตรวจเลื อ ดกั บ ผู  ที่ จ ะเข า อุ ป สมบทตามมติของมหาเถรสมาคม กรณีนี้เกิดขึ้นเมื่อลูกชายของผูติดเชื้อสมัครเขาอุปสมบทในวัดแหงหนึ่ง ซึ่งทางวัดมีแบบฟอรมใหหนวยงานตาง ๆ รับรองความประพฤติ รวมทั้งใหตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวีดวย แตเมื่อผูติดเชื้อสอบถามถึงเหตุผลของการตรวจ ฝายแพทยก็ใหไปถามทางวัด ทางวัดก็ไมไดใหเหตุผลที่ชัดเจน และในที่สุดทางวัดก็ยอมใหบวช โดยไมตองมีการ ตรวจหาเชื้อเอชไอวี เปนตน สวนกรณีที่ไมถูกเลือกปฏิบัติ พบวา ผูติดเชื้อบางคนไดรับการยอมรับบทบาทในฐานะอาสาสมัคร สาธารณสุข (อสม.) ซึ่งชาวบานในพื้นที่เห็นวาสามารถปฏิบัติงานไดอยางเขมแข็งไมแพ อสม. คนอื่น ๆ หรือใน บางพื้นที่ แมวาจะมีการกลาวอางไมใหผูติดเชื้อเปนผูชวยผูใหญบาน แตเมื่อประชาชนใหการยอมรับ ทําให 121 122 การสนทนากลุมผูใกลชิดผูติดเชื้อ, หองประชุมโรงพยาบาลทาใหม จ.จันทบุรี, 27 มกราคม 2556 ขอมูลจากการสนทนากลุมผูติดเชื้อเอชไอวี ครั้งที่ 2, 27 มกราคม 2556

Select target paragraph3