50 รายงานการศึกษาวิจัย การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี กรณีศึกษาที่ 1 ถูกบังคับตรวจเลือด เปดเผยผลเลือดและไมรับเขาทํางานเพราะมีเชื้อเอชไอวี114 แมน (นามสมมติ) เปนผูติดเชื้อเอชไอวีที่ไปสมัครงานในตําแหนงผูชวยผูจัดการรานคาซุปเปอรมารเก็ต ของบริษัทขนาดใหญแหงหนึ่ง กวาจะไดเขาทํางาน แมนตองผานทั้งการสอบขอเขียน และการสัมภาษณถึง 2 ครั้ง โดยสอบข อ เขี ย นและสอบสั ม ภาษณ ที่ สํ า นั ก งานใหญ และยั ง ต อ งสอบสั ม ภาษณ ที่ บ ริ ษั ท ในเครื อ อี ก ครั้ ง เมื่อแมนสอบผานทุกขั้นตอน บริษัทแมไดสงตัวแมนไปตรวจรางกายเพื่อหาไวรัสเอดส Anti-HIV ที่โรงพยาบาล ในเครือเดียวกับบริษัท และเมื่อผลเลือดออกมาวา แมนมีเชื้อเอชไอวีบริษัทแหงนั้นจึงไมรับแมนเขาทํางาน แมนไดโทรศัพทไปปรึกษามูลนิธิศูนยคุมครองสิทธิดานเอดส และไปรองเรียนที่ศูนยรับเรื่องรองเรียน สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ ตั้งแตป 2552 เพื่อตองการใหมีการสรางทัศนคติที่ดีตอผูติดเชื้อ รวมถึงเปนการสรางโอกาสใหผูติดเชื้อทั้งที่รูตัวและไมรูตัวไดมีงานทํา จนปจจุบันเรื่องดังกลาวก็เงียบหายไป ปจจุบันแมนไดเขาทํางานในบริษัทลูกอีกแหงที่อยูในเครือของบริษัทแมเหมือนเดิม ในกิจการที่ไมได เกี่ยวของกับอาหาร แมนยอมรับวาในกิจการของเอกชนเปนเรื่องยากที่จะมีการบังคับในกฎหมาย เขามองวาการที่ เขาไดทํางานในบริษัทแมแหงเดิม ก็แสดงใหเห็นแนวโนมวา ผูบริหารระดับสูงก็มีการปรับตัวยอมรับผูติดเชื้อใน ระดับหนึ่ง สําหรับในเรื่องการรองเรียน เขายอมรับวาเมื่อไปรองเรียนแลวไมไดผล เขาก็ยอมรับไดวา “ไมก็คือไม” แตถาสามารถมีมาตรการใด ๆ ที่ชวยใหผูติดเชื้อรุนหลัง ๆ มีโอกาสในการทํางาน ก็จะเปนเรื่องดี กรณีศึกษาที่ 2 ถูกใหออกจากงานเพราะติดเชื้อเอชไอวี115 หญิ ง (นามสมมติ ) เป น ผู  ติ ด เชื้ อ เอชไอวี ที่ เ พิ่ ง ผ า นการรั ก ษาตั ว จากโรคแทรกซ อ น ในช ว งพั ก ฟ  น หญิ ง ได อ าศั ย อยู  บ  า นพั ก ที่ ใ คร ๆ ก็ รู  ว  า เป น บ า นพั ก สํ า หรั บ ผู  ติ ด เชื้ อ เมื่ อ สุ ข ภาพแข็ ง แรงขึ้ น สามารถใช ชี วิต ไดตามปกติ หญิงจึงเริ่มออกไปหางานทําและไดงานที่รานอาหารที่มีแฟรนไชสมากมายแหงหนึ่ง ซึ่งไมมีการบังคับ ให ผู  ส มั ค รงานต อ งตรวจเลื อ ด เมื่ อ บริ ษั ท รั บ เข า ทํ า งานหญิ ง ก็ ต  อ งลงทุ น ขอยื ม เงิ น เพื่ อ นมาซื้ อ เสื้ อ ผ า เพื่ อ ให ถู ก ระเบี ย บกั บ ร า นอาหารแห ง นั้ น ตํ า แหน ง งานที่ ห ญิ ง รั บ ผิ ด ชอบมี ทั้ ง ในครั ว และส ว นที่ ต  อ งบริ ก ารลู ก ค า หญิงทํางานไดไมกี่วัน ผูจัดการสาขาแหงนั้นก็เรียกหญิงไปคุยและบอกหญิงวา มีลูกคาซึ่งอาศัยอยูใกลที่พัก ของหญิง และรับรูวาบานพักแหงนั้นเปนบานพักของผูติดเชื้อมาแจงผูจัดการวา หญิงเปนคนที่อาศัยอยูบานพัก ผูติดเชื้อ ผูจัดการจึงสอบถามวา หญิงติดเชื้อจริง ๆ หรือไม เมื่อหญิงยอมรับวาตนเองติดเชื้อ ก็ถูกผูจัดการตําหนิ ที่ไมบอกความจริง พรอมทั้งกลาวโทษวา ถาเพื่อนรวมงานติดเชื้อจะวาอยางไร หญิงพยายามทําความเขาใจกับ ผูจัดการวา เชื้อเอชไอวีไมไดติดกันงาย ๆ และมีชองทางการติดตออยางไรบาง แตผูจัดการก็ไมรับฟงและใหหญิง ออกจากงาน โดยคืนบัตรพนักงาน และบอกวาจะโอนคาจางใหทีหลัง สําหรับหญิง การตกงานในครั้งนี้ไมเพียงทําใหหญิงสูญเสียรายไดหลัก และตองเปนหนี้ที่เกิดจากการ ขอยืมเงินเพื่อนมาเพื่อลงทุนซื้อเสื้อผามาทํางานเทานั้น แตยังหมายถึงการสูญเสียความมั่นใจที่หญิงเพิ่งฟนฟูขึ้นมา หลังจากการเจ็บปวยอีกดวย หญิงรูสึกกลัวไปหมดถาจะตองไปเริ่มสมัครงานใหม ณ เวลานั้น หญิงเองยังไมแนใจ วาจะกลับไปทํางานดวยซํ้า ถาหลังการเจรจาครั้งลาสุดรานอาหารแหงเดิมจะยังรับหญิงไปทํางานเหมือนเดิม 114 115 ผูติดเชื้อเอชไอวี,สัมภาษณ 7 พฤศจิกายน 2556 ผูติดเชื้อเอชไอวี, สัมภาษณ, 27 พฤษภาคม 2556

Select target paragraph3