รายงานการศึกษาวิจัย
การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี
(2) ขอมูลที่ไดจากการสนทนากลุม ทั้งที่เปนการสนทนากลุมทั่วไป และการสนทนากลุมแบบปรึกษา
หารือ (deliberative focus group) ที่พัฒนาขึ้นเพื่อเก็บขอมูลในโครงการ ความแตกตางที่สําคัญระหวางผลที่ได
จากการเก็บขอมูลดวยการสัมภาษณและการจัดสนทนากลุมคือ การเก็บขอมูลดวยการสัมภาษณ โดยเฉพาะ
สัมภาษณผูติดเชื้อที่ถูกเลือกปฏิบัติ จะทําใหไดขอมูลที่เปนรายละเอียดจากกรณีศึกษาโดยตรง ในขณะที่ขอมูลที่ได
จากการสนทนากลุม จะเปนขอสรุปรวมระหวางผูรวมสนทนากลุมในขณะนั้น ขอมูลการเลือกปฏิบัติในการ
ประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวีมีทั้งที่เปนประสบการณตรงของผูติดเชื้อที่เขารวมสนทนากลุม และในหลาย
กรณีเปนขอมูลที่ผูรวมสนทนากลุมรับรูหรือพบเห็นจากเครือขายผูติดเชื้อมากกวา
3.2.1 ขอมูลที่ไดจากการสัมภาษณเชิงลึก
การเก็บขอมูลดวยการสัมภาษณเชิงลึก เก็บจากผูใหขอมูลหลัก 4 กลุม โดยกลุมแรกเปนเจาหนาที่
ในองคกรที่ทํางานเกี่ยวของกับการสงเสริมและคุมครองสิทธิในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งสามารถ
ใหภาพรวมของสถานการณการเลือกปฏิบัติได ผูเชี่ยวชาญดานเชื้อเอชไอวี ผูติดเชื้อเอชไอวีที่ถูกเลือกปฏิบัติและ
ยินยอมใหขอมูล และกลุมสุดทายเปนนายจางที่ยินยอมใหขอมูล ขอมูลจากการสัมภาษณเชิงลึกมีประเด็นสําคัญ
ดังนี้
1) ภาพรวมของสถานการณการเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี
สถานการณการเลือกปฏิบัติของผูติดเชื้อเอชไอวีจากการใหคําปรึกษาของศูนย 1663 สายดวน
ปรึกษาปญหาเอดส ที่ตั้งอยูที่มูลนิธิเขาถึงเอดส104 พบวา ในรอบปที่ผานมา มีผูติดเชื้อที่โทรศัพทมาปรึกษาเรื่องสิทธิ
ทั้งหมด 40 เรื่อง โดยมีผูติดเชื้อ 26 ราย ที่โทรศัพทมาปรึกษาเพราะกังวลวาที่ทํางานใหตรวจเลือดกอนทํางานและ
ขณะทํางาน เกรงวาจะมีผลกระทบตอการทํางานและสิทธิการรักษาพยาบาลของบริษัท และขอคําปรึกษาวาควร
จะดําเนินการอยางไร105 สวนขอมูลการรองเรียนและการใหคําปรึกษาจากมูลนิธิศูนยคุมครองสิทธิดานเอดส
(Foundation for AIDS Right- FAR) มีไมมากนัก ผูติดเชื้อจํานวนหนึ่งมักจะโทรศัพทมาปรึกษา เมื่อหนวยงาน
บังคับสงตัวไปตรวจหาเชื้อเอชไอวี (พยายามหาคนตรวจแทน) ซึ่งมูลนิธิฯ มักจะเสนอทางออกดวยการใหผูติดเชื้อ
ไปสมัครงานในสถานประกอบการที่ไมมีการตรวจหาเชื้อ โดยเฉพาะบริษัทที่ไดรับมาตรฐาน ASO Thailand106
สภาพปญหาใหญ ๆ เรื่องการเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อที่ผานมา มักจะ
เปนการบังคับใหมีการตรวจหาเชื้อเอชไอวีกอนการทํางาน และเมื่อตรวจพบเชื้อเอชไอวี นายจาง���็ไมจางงาน โดยมี
กรณีตัวอยางที่สําคัญ ไดแก
(1) การบังคับตรวจเลือดกอนจางงาน
การบั ง คั บ ตรวจเลื อ ดก อ นจ า งงาน ถื อ เป น รู ป แบบการเลื อ กปฏิ บั ติ ต อ ผู ติ ด เชื้ อ ที่ มี
แพรหลายมากที่สุด ในบางหนวยงานใชเปนเงื่อนไขหลักในการจางงาน/ไมจางงาน โดยไมพิจารณาประสบการณ
หรือความสามารถเสียดวยซํ้า โดยเหตุผลหลักเปนเรื่องสวัสดิการที่องคกรแหงนั้นจัดใหพนักงานมากกวาที่กฎหมาย
กําหนด และความหวาดกลัวเกรงวาพนักงานจะไมสามารถทํางานไดอยางเต็มประสิทธิภาพ โดยขอมูลจากกรณีนี้
ยืนยันไดจากคํากลาวของตัวแทนแนวรวมธุรกิจไทยตานภัยเอดส ในการประชุมกลุมของโครงการ107 และความเห็น
ศูนย 1663 สายดวนปรึกษาปญหาเอดส ตัง้ ขึน้ จากความรวมมือของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รวมกับศูนยวจิ ยั โรคเอดส สภากาชาดไทย และ
มูลนิธิเขาถึงเอดส เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2555
105
เจาหนาที่ศูนย 1663 สายดวนปรึกษาปญหาเอดส มูลนิธิเขาถึงเอดส, สัมภาษณ,23 มกราคม 2556
106
เจาหนาที่มูลนิธิศูนยคุมครองสิทธิดานเอดส, สัมภาษณ, 25 มกราคม 2556
107
ผูจัดการฝายบุคคลของบริษัทมหาชนขนาดใหญแหงหนึ่ง, สัมภาษณ, 17 กรกฏาคม 2556 และการใหขอมูลจากตัวแทนของสมาคมแนวรวมธุรกิจไทย
ตานภัยเอดส, การประชุมกลุม ครั้งที่ 5, 14 มีนาคม 2556
104
47