รายงานการศึกษาวิจัย การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี การปะทะกั น อาจทํ า ให มี เ ลื อ ดออก ซึ่ ง ก็ อ าจทํ า ให ไ ด รั บ เชื้ อ จากผู  ป  ว ย นอกจากนั้ น การปฏิ บั ติ ห น า ที่ ด  า น การปองกันปราบปราม ก็จะตองเปนผูที่มีรางกายสมบูรณ แข็งแรง จึงจะสามารถตอสูจับกุมผูกระทําความผิดได และก็จะเปนที่เกรงกลัวของผูกระทําความผิดได สําหรับกรณีขาราชการตํารวจที่ติดเชื้อเอชไอวีภายหลังการ รับราชการนั้น สํานักงานตํารวจแหงชาติใหโอกาสแกบุคคลเหลานั้น โดยไมมีการตัดสิทธิ์ใหออกจากองคกร แตอยางใด พรอมทั้งใหการดูแลรักษาและใหปฏิบัติหนาที่ที่ไมตองสัมผัสเกี่ยวของกับประชาชน เพื่อเปนการ ปองกันการเผยแพรเชื้อโรคไปสูผูอื่น ดวยเหตุดังกลาว สํานักงานตํารวจแหงชาติจึงยังคงกําหนดใหผูติดเชื้อเอชไอวี หรือโรคเอดส เปนโรคตองหามในการสอบแขงขันเพื่อบรรจุและแตงตั้งเปนขาราชการตํารวจจนถึงปจจุบัน และจัดใหโรคเอดส อยูในบัญชีโรคหรืออาการที่ไมควรเปนของตํารวจ ตาม ขอ 2 (14) แนบทายกฎ ก.ตร. วาดวยคุณสมบัติและลักษณะ ตองหามของการเปนขาราชการตํารวจ96 และระบุในประกาศรับสมัครและสอบบรรจุขาราชการตํารวจเสมอ ๆ เชน การบรรจุและแตงตั้งเปนขาราชการตํารวจชั้นประทวน พ.ศ. 2553 หรือการประกาศรับสมัครและคัดเลือกบุคคล ภายนอกผูมีวุฒิประกาศนียบัตรประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือเทียบเทาเพื่อ บรรจุเปนนักเรียนนายสิบ พ.ศ. 255597 สําหรับการรองเรียนของผูติดเชื้อในเรื่องดังกลาว ครั้งลาสุดปรากฏใน พ.ศ. 2553 เมื่อผูใกลชิดของ ผูที่มีพฤติกรรมเสี่ยงไดโทรศัพทมาปรึกษาที่มูลนิธิศูนยคุมครองสิทธิดานเอดส แตผูรองเรียนไมกลารองเรียน เพราะ เกรงวาจะตองเปดเผยตนเอง นอกจากระเบียบที่มีลักษณะการเลือกปฏิบัติของผูติดเชื้อใน 2 หนวยงานนี้แลว ยังพบวามีปญหา การเลือกปฏิบัติในอีกหลายองคกร เชน กฎกระทรวง ฉบับที่ 37 (พ.ศ.2516) ออกตามความในพระราชบัญญัติ รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 ในขอ 3 ทีก่ าํ หนดเรือ่ งการตรวจรางกาย โดยจําพวกที่ 3 เปนคนซึง่ มีรา งกายยังไมแข็งแรง พอที่จะรับราชการทหารในขณะนั้นได เพราะปวยซึ่งจะบําบัดใหหายภายในกําหนด 30 วันไมได 3) การบังคับตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวีในผูที่ตองการอุปสมบท เรื่องนี้มีการรองเรียนมายัง คณะกรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห ง ชาติ และมี ค วามพยายามแก ไขป ญ หาดั ง กล า ว โดยการประชุ ม ร ว มกั น ระหว า งตั ว แทนของสํ า นั ก งานคณะกรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห ง ชาติ แ ละมหาเถรสมาคมตั้ ง แต พ.ศ. 2549 แตมหาเถรสมาคมก็ยังยืนยันแนวทางดังกลาว โดยใหเหตุผลวา “การที่จะใหกฎหมายมาลบลางพุทธบัญญัติ ซึ่งพระพุทธเจาทรงบัญญัติไวแลวในสมัยพุทธกาลคงไมถูกตองหากผูเขามาบวชเปนเอดสกันจํานวนมากคงจะไม สมควรอยางยิ่ง คณะสงฆใหสิทธิแกพระอุปชฌายที่จะใหการบรรพชาอุปสมบทแกบุคคล จําตองพิจารณาอยาง รอบคอบ หากปลอยใหผูติดเชื้อเอดสเขามาบวชโดยไมตรวจสอบกอน จะทําใหคนในสังคมเขาใจวาผูบวชรับเชื้อ เอดสหลังจากบวชพระแลว”98 อยางไรก็ดี ในทางปฏิบัติวัดบางแหงก็มีขอกําหนดชัดเจนและมีการบังคับใชอยาง เครงครัด เชน “โครงการอุปสมบทหมู 100,000 รูปทุกหมูบานทั่วไทย” ที่คณะกรรมาธิการศาสน��� ศิลปะและ วัฒนธรรม รวมกับคณะสงฆทั่วประเทศ วัดพระธรรมกาย มูลนิธิธรรมกายและชมรมพุทธศาสตรสากล ในอุปถัมภ 96 97 98 กฎ ก.ตร.วาดวยคุณสมบัติและลักษณะตองหามของการเปนขาราชการตํารวจ พ.ศ.2547 ประกาศวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ.2547 และปรากฏอยูใน ราชกิจจานุเบกษา เลมที่ 121 ตอนที่ 62 ก (28 กันยายน 2547) ประกาศกองบัญชาการศึกษา วันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2555 [online] available from http://www.policeadmission.com มติมหาเถรสมาคม ครัง้ ที่ 8/2549 มติที่ 156/2549 [online] available from http://www.mahathera.org/uploaded_pdf/CCF01092551_00052. pdf 45

Select target paragraph3