44
รายงานการศึกษาวิจัย
การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี
พ.ศ. 2543 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง (10) มีปญหาเกี่ยวกับความชอบดวยรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 ในเรื่องการเลือก
ปฏิบัติตอคนพิการ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวา ขอกําหนดดังกลาว เฉพาะในสวนบัญญัติที่วา “มีกายหรือจิตใจ
ไมเหมาะสมที่จะเปนขาราชการตุลาการ...” ขัดหรือแยงกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 วรรคสาม92
2) การเลือกปฏิบัติในขาราชการตํารวจ ปรากฏในระเบียบสํานักงานตํารวจแหงชาติวาดวย
เรื่อง รับสมัครและสอบแขงขันบุคคลภายนอกผูมีวุฒิปริญญาตรี เพื่อบรรจุและแตงตั้งเปนขาราชการตํารวจ
ชั้นประทวน ระบุวา ผูสมัครสอบตองมีคุณสมบัติทั่วไปและไมมีลักษณะตองหามตามประกาศซึ่งไดระบุโรคตองหาม
ไวหลายโรค หนึ่งในจํานวนหลายโรค คือ โรคเอดส (ขอ 11.8.5)
โดยในกรณีดังกลาว ศูนยคุมครองสิทธิดานเอดส เคยทําหนังสือถึงประธานกรรมการสิทธิมนุษยชน
แหงชาติ เรื่อง ขอใหตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีสํานักงานตํารวจแหงชาติบังคับใหมีการตรวจเอดส
ผูสมัครสอบเพื่อบรรจุและแตงตั้งเปนขาราชการตํารวจชั้นประทวน เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2551 โดยอางจาก
การประกาศจากกองบัญชาการศึกษาที่มีการระบุคุณสมบัติตองหามในผนวก ข. ทายประกาศ ลงวันที่ 23 มกราคม
2551 วาผูที่มีสิทธิสอบจะตองไมเปนโรคติดเชื้อ หรือโรคที่เกิดจากปาราสิต โดยนอกจากโรคเรื้อน โรคเทาชาง
ในระยะที่ปรากฏอาการเปนที่นารังเกียจของสังคม โรคคุดทะราดหรือรองพื้น (YAWS) โรคติดเชื้อเรื้อรังระยะ
แสดงอาการรุนแรง ซึ่งไมสามารถรักษาใหหายขาดได และโรคเอดส93
เมื่อคณะอนุกรรมการดานสงเสริมโอกาสและความเสมอภาค คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แหงชาติทําหนังสือถึงกองบัญชาการศึกษา สํานักงานตํารวจแหงชาติ94 เพื่อขอทราบนโยบาย ระเบียบ กฎหมาย
และมาตรการการดําเนินงานของกองบัญชาการการศึกษา สํานักงานตํารวจแหงชาติ ในสวนที่เกี่ยวของกับ
การรับสมัครสอบบุคคลเพื่อบรรจุและแตงตั้งเปนขาราชการตํารวจ รวมทั้งความเห็นในกรณีดังกลาว ผูบังคับการ
กองการสอบ กองบัญชาการศึกษา สํานักงานตํารวจแหงชาติไดทําหนังสือยืนยันวา มาตรการดังกลาวไมถือเปน
การเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรม95 โดยอางตามมาตรา 48 แหงพระราชบัญญัติตํารวจแหงชาติ พ.ศ. 2547 และ
กฎ ก.ตร. วาดวยคุณสมบัติและลักษณะตองหามของการเปนขาราชการตํารวจ พ.ศ. 2547 และ กฎ ก.ตร. วาดวย
คุณสมบัติลักษณะตองหามของการเปนขาราชการตํารวจ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2549 ซึ่งเปนไปตามรัฐธรรมนูญ
แหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 30 วรรคสุดทาย ที่กําหนดวา “มาตรการที่รัฐกําหนดขึ้นเพื่อขจัด
อุปสรรคหรือสงเสริมใหบุคคลสามารถใชสิทธิและเสรีภาพไดเชนเดียวกับบุคคลอื่น ยอมไมถือเปนการเลือกปฏิบัติ
โดยไมเปนธรรม ตามวรรค 3”
นอกจากนี้ ยังใหเหตุผลในการยืนยันตามมาตรการเดิมวา เนื่องมาจากภารกิจของขาราชการ
ตํารวจเปนภารกิจที่แตกตางจากหนวยงานอื่น ๆ การรับบุคคลภายนอกที่เปนโรคเอดสเขามาปฏิบัติหนาที่
อาจสงผลกระทบตอสังคมสวนรวม เพราะการปฏิบัติงานของขาราชการตํารวจ รวมทั้งการฝกอบรม จะตอง
เกี่ยวของกับประชาชนและเพื่อนรวมงาน เชน กรณีไปชวยเหลือผูประสบอุบัติเหตุ หากผูที่ไปชวยเหลือมีเชื้อ
เอชไอวี (บวก) อาจจะทํ า ให ผู ป ระสบอุ บั ติ เ หตุ นั้ น ติ ด เชื้ อ ได หรื อ ในการฝ ก อบรมศิ ล ปะการต อ สู ป อ งกั น ตั ว
คําวินจิ ฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 15/2555 เรือ่ งพิจารณาที่ 30/2553 วันที่ 13 มิถนุ ายน 2555 [online] available from http://www.constitutionalcourt.
or.th/index.php?option=com_docman&task=cat_view&gid=495&Itemid=94&lang=th&limitstart=10
93
หนังสือ ศคส. 022/2551 วันที่ 11 เมษายน 2551
94
หนังสือ สม 0001.04/1802 วันที่ 2 ตุลาคม 2551
95
หนังสือ ตช 0036.312/3162 วันที่ 21 ตุลาคม 2551
92