รายงานการศึกษาวิจัย การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี โดยมีเหตุผลสําคัญวาเปนเพราะไมมีความเชื่อมั่น หรือเชื่อมั่นนอยวากระบวนการรองเรียนจะทําใหเกิดการแกไข ปญหา และอีกสวนหนึ่งมองวา กระบวนการรองเรียนมีขั้นตอนยุงยากและลาชามากเกินไปในดานหนึ่ง งานวิจัย ฉบับนี้อาจจะแสดงใหเห็นแนวโนมที่ดีขึ้นของสภาวะการเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี แตในอีกดานหนึง่ ขอมูลดังกลาวก็ยงั ยืนยันวาสถานการณการเลือกปฏิบตั ใิ นการประกอบอาชีพของผูต ดิ เชือ้ เอชไอวี ยังดํารงอยูในสังคมไทย 3.1.2 สภาพปญหาการเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวีรายกรณี สําหรับการเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี ขอมูลไดมาจากการทบทวน เอกสารชั้นตน รวมทั้งหนังสือรองเรียน หนังสือชี้แจงจากหนวยราชการและรายงานผลการดําเนินงานของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ โดยมีกรณีที่สําคัญ 3 กรณี ดังนี้ 1) การเลือกปฏิบัติในฝายขาราชการตุลาการ ปรากฏในระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาล ยุติธรรม วาดวยโรคอันมีลักษณะตองหามที่จะเปนขาราชการตุลาการ พ.ศ. 2545 เปนระเบียบที่ออกตาม ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม วาดวยหลักเกณฑและวิธีการตรวจสอบคุณสมบัติของผูสมัครสอบ คัดเลือก ผูสมัครทดสอบความรู หรือผูสมัครเขารับการคัดเลือกพิเศษ เพื่อบรรจุเปนขาราชการตุลาการในตําแหนง ผูชวยผูพิพากษา พ.ศ. 2545 ระเบียบทั้งสองฉบับ ประกาศใช ณ วันที่ 10 มกราคม 2545 กําหนดเงื่อนไขเรื่อง โรคอันมีลักษณะตองหามที่จะเปนขาราชการตุลาการ แมมิไดกําหนดเรื่องโรคเอดสไวโดยแจงชัด แตตามระเบียบ ขอ 3 (6) ไดกําหนดเรื่องโรคติดตอที่เปนเหตุใหไมเหมาะสมที่จะเปนขาราชการตุลาการซึ่งอาจมีการใชดุลพินิจหรือ การปฏิบัติอันเปนการรังเกียจ หรือเลือกปฏิบัติเนื่องจากเอดสได ในกรณีนี้ ศูนยคุมครองสิทธิดานเอดส เคยทําหนังสือถึงประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ เพื่อขอใหตรวจสอบและดําเนินการยกเลิกระเบีย���ปฏิบัติดังกลาว โดยอางถึงการรองทุกขเกี่ยวกับหนวยงานของรัฐ ที่มีระเบียบปฏิบัติที่มีลักษณะเลือกปฏิบัติ และละเมิดสิทธิมนุษยชนของผูติดเชื้อเอชไอวี/เอดส โดยมีการบังคับ ตรวจเอดสผูสมัครเขารับราชการในตําแหนงอัยการผูชวยและผูชวยผูพิพากษา หากพบวา ผูสมัครสอบรายใดติด เชื้อเอชไอวีจะไมไดรับสิทธิใหเขาสอบเพื่อดํารงตําแหนงดังกลาว90 ซึ่งนาสนใจวา ในกรณีของอัยการผูชวย สํานักงานอัยการสูงสุดไดทาํ หนังสือถึงประธานคณะกรรมการมูลนิธศิ นู ยคมุ ครองสิทธิดา นเอดสวา ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2504) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบขาราชการฝายอัยการ พ.ศ. 2503 วาดวยโรค และประกาศคณะกรรมการอัยการ เรื่อง กําหนดโรคอันมีลักษณะตองหามที่จะเปนขาราชการอัยการ พ.ศ. 2555 แมจะมีขอกําหนดถึง “โรคติดตอที่เปนเหตุใหไมเหมาะสมที่จะเปนขาราชการอัยการ” แตก็มิไดมีขอกําหนดใหผูที่มี เชือ้ เอชไอวี เปนหรือถือวาเปนโรคอันมีลกั ษณะตองหามทีจ่ ะเปนขาราชการอัยการ สํานักงานอัยการสูงสุดจึงไมเคย มีนโยบายตรวจหาเชื้อเอชไอวีในผูสมัครสอบอัยการผูชวย91 ในขณะที่กรณีผูชวยผูพิพากษายังไมมีความคืบหนา อยางชัดเจน อยางไรก็ดี ในกรณีของผูชวยผูพิพากษานี้ อาจพิจารณาเทียบเคียงจากบรรทัดฐานของกรณีตัวอยาง ที่มีลักษณะใกลเคียงกันไดกลาวคือ เปนกรณีที่สํานักงานผูตรวจการแผนดินเคยเสนอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา วินิจ ฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 245 (1) ว า พระราชบั ญ ญั ติร ะเบี ย บข า ราชการฝ า ยตุ ล าการศาลยุ ติ ธ รรม 90 91 หนังสือ ศคส. 047/2550 วันที่ 23 กรกฏาคม 2550 หนังสือ อส 0003 (คก2)/3287 วันที่ 12 ตุลาคม 2555 43

Select target paragraph3