รายงานการศึกษาวิจัย การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี มีผลบังคับใชในประเทศอังกฤษ เวลส และสก็อตแลนด ยกเวนในไอรแลนดเหนือ วัตถุประสงคของการประกาศใช พระราชบัญญัติดังกลาว เพื่อ: - ความสอดคลองและทําใหบทบัญญัติวาดวยความเสมอภาคถูกบังคับใชภายใตพระราชบัญญัติ เดียวเพื่อลดความซับซอน - ความชัดเจนของคํานิยามความหมายของ “การเลือกปฏิบัติ”, “การลวงละเมิด” และ “การขมขู” และการปรับใชความหมายของคําดังกลาวในเหตุแหงการเลือกปฏิบัติที่กฎหมายรับรอง - การกําหนดหนาที่เชิงบวกใหกับเจาหนาที่เพื่อสงเสริมความเสมอภาคในทุกรูปแบบ และกําหนด หนาที่ของเจาหนาที่รัฐตอการดําเนินงาน โดยพิจารณาถึงความเสียเปรียบในเชิงสังคม เศรษฐกิจ โดยเฉพาะในเวลา การกําหนดนโยบาย60 สําหรับสาระสําคัญของพระราชบัญญัติความเสมอภาคนั้นกฎหมายคุมครองลักษณะที่สําคัญที่เปน เหตุแหงการเลือกปฏิบัติ ซึ่งหนึ่งในลักษณะดังกลาว ไดแก การเลือกปฏิบัติดวยเหตุแหงความพิการ มาตรา 6 (1) แหงพระราชบัญญัติความเสมอภาค ไดใหนิยามความหมายของ “ความพิการ” หมายถึง ความบกพรอง/ความผิด ปกติทางกาย ทางจิตใจ และความบกพรอง/ความผิดปกตินั้นจะตองมีผลกระทบซึ่งเปนผลเสียในระยะยาว และเปน ผลกระทบที่สําคัญอยางยิ่งตอความสามารถในการประกอบกิจกรรมอันเปนปกติ นอกจากนี้ พระราชบัญญัติฯ ยังกําหนดบทบัญญัตคิ มุ ครองบุคคลทีเ่ ปนโรคมะเร็ง ผูต ดิ เชือ้ เอชไอวี หรือเปนโรคปลอกประสาทเสือ่ มในความหมาย ของความพิการอันเนื่องมาจากการมีเงื่อนไขดานการรักษาที่ชัดเจน61 โดยกฎหมายฉบับนี้ใหความสําคัญกับประเด็น ดังตอไปนี้ไดขยายความคุมครองในประเด็นที่เกี่ยวกับเงื่อนเวลาของความพิการซึ่งใหการคุมครองไมเพียงผูติดเชื้อ เอชไอวีที่แสดงอาการเทานั้น แตยังใหขยายความคุมครองถึงบุคคลที่ไดรับการตรวจวินิจฉัยวาเปนผูติดเชื้อเอชไอวี แมจะไมไดแสดงอาการ จากการศึกษาพบวา การกระทําที่ถือเปนความผิดภายใตกฎหมายฉบับนี้ คือ 1) การเลือกปฏิบัติ ซึ่งประกอบไปดวยการเลือกปฏิบัติโดยตรง (การปฏิบัติที่แยกวาการปฏิบัติตอผูอื่น)62 และโดยออม (การสราง อุปสรรคหรือเงื่อนไขโดยไมจําเปน)63 รวมถึงการเลือกปฏิบัติดวยเหตุแหงความแตกตางที่มีสองลักษณะขึ้นไป เชน เปนผูติดเชื้อเอชไอวี และเปนกลุมที่มีรสนิยมทางเพศในลักษณะชายรักชาย ซึ่งมักจะถูกเลือกปฏิบัติจากการมี ลักษณะทั้งสองประการในเวลาเดียวกัน สําหรับบริบทของการขจัดการเลือกปฏิบัติดวยเหตุแหงความพิการ พบวา การปฏิบัติที่เปนพิเศษมากกวาผูอื่นเปนสิ่งที่กระทําไดและไมถือเปนการเลือกปฏิบัติ 2) การลวงละเมิด64 และ Bob Hepple, The New Single Equality Act in Britain, 5 The Equal Right Review 2010, 11 Part 2, Chapter 1, Para 6 (a), (b) และ Sch 1: Supplementary Provision, Para 6, the Equality Act 2010 62 High Quality Lifestyles VS Watt , Employment Appeal Tribunal, April 2006, UKEAT/0671/05/ZT ซึ่งคณะกรรมการอุทธรณแรงงาน (Employment Appeal Tribunal) ไดวางหลักเกีย่ วกับการเลือกปฏิบตั โิ ดยตรงไว ซึง่ ผูร อ งเปนผูต ดิ เชือ้ เอชไอวีและทํางานในสถานพยาบาลผูป ว ยทางจิต ซึง่ บางครัง้ พนักงานอาจถูกผูป ว ยขวนหรือกัดได ผูร อ งไมไดแจงใหนายจางทราบถึงการเปนผูต ดิ เชือ้ ตอนสมัครงาน แตหลังจากไดงานผูร อ งแจงให นายจางทราบและไมไดทาํ งาน หลังจากนัน้ ผูร อ งถูกไลออกจากการประเมินความเสีย่ ง โดยแนวทางปฏิบตั ขิ องกระทรวงสาธารณสุขในป 2548 อนุญาตให ผูท ตี่ ดิ เชือ้ ไวรัสโดยทางเลือดสามารถทํางานในสถานพยาบาลผูป ว ยทางจิตซึง่ อาจมีความเสีย่ งจาการถูกกัดได ซึง่ หลักฐานตาง ๆ ยังไมเปนทีย่ ตุ แิ ละยังตองมี การทบทวนศึกษาตอไป ดังนั้น คณะกรรมการวินิจฉัยจึงตัดสินใหนายจางมีความผิดเนื่องจากเปนการเลือกปฏิบัติโดยตรง การประเมินความเสี่ยง โดยนายจางไมอาจนํามาอางได และนายจางมีความผิดเนื่องจากไมดําเนินการปรับปรุงแกไขสภาพการทํางานใหเหมาะสม (reasonable adjustment) ตอสภาพแหงความพิการของลูกจาง 63 Chapter 2, Sections 13, 14, 19 64 Chapter 2, Section 26 60 61 29

Select target paragraph3