22 รายงานการศึกษาวิจัย การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งเปนกฎหมายที่เกี่ยวของกับการกําหนดกลไกการรองทุกขภายใตกฎหมายวาดวยการขจัดการเลือกปฏิบัติ รวมถึงการขจัดการเลือกปฏิบัติดวยเหตุแหงความพิการ (DDA) โดยกําหนดใหคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แหงเครือรัฐออสเตรเลีย (Australian Human Rights Commission) เปนองคกร/สถาบันที่ทําหนาที่กํากับดูแล การบังคับใชกฎหมายและรับเรื่องรองทุกขจากการถูกเลือกปฏิบัติ รวมถึงการพัฒนาแนวทางปฏิบัติ (Guidelines) ซึ่ ง ไม มี ผ ลผู ก พั น ทางกฎหมาย ในคณะกรรมการสิ ท ธิ มุ น ษยชนได แ ต ง ตั้ ง กรรมการที่ ทํ า หน า ที่ ใ นประเด็ น การเลือกปฎิบัติดวยเหตุแหงความพิการ (Disability Discrimination Commissioner) เปนการเฉพาะ40 ในป พ.ศ. 2553 - 2554 พบวา มีผูรองทุกขตอคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงเครือรัฐออสเตรเลียจากการ ถูกเลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจากการเปนผูติดเชื้อเอชไอวี จํานวน 11 เรื่อง คิดเปนรอยละ 1 ของคํารองทุกขภายใต กฎหมายฉบับนี้ นอกจากนี้ พบวา มีผูรองทุกขจากการถูกเลือกปฏิบัติดวยเหตุแหงความพิการในการจางงาน จํานวน 672 เรื่อง คิดเปนรอยละ 31 ของคํารองทุกขในประเด็นตาง ๆ ซึ่งถือวาการเลือกปฏิบัติในการจางงาน เปนประเด็นที่สําคัญรองลงมาจากการเลือกปฏิบัติจากการไดรับบริการและสิ่งอํานวยความสะดวกอื่น ๆ โดยทั่วไป กระบวนการวินิจฉัยคํารองทุกขจะใชเวลาไมเกิน 12 เดือน จากสถิติคํารองทุกขที่ไดรับการวินิจฉัยทั้งหมด 961 เรื่อง มีคํารองทุกขเพียง 14 เรื่อง ที่ใชระยะเวลาในการวินิจฉัยเกิน 12 เดือน41 ในป พ.ศ. 2555 เปนตนมา รัฐบาลแหงเครือรัฐออสเตรเลียไดมีการพิจารณาแกไขกรอบกฎหมาย วาดวยการขจัดการเลือกปฏิบัติ โดยมีวัตถุประสงคเพื่อรวบรวมกฎหมายที่เกี่ยวของกับการขจัดการเลือกปฏิบัติ ดวยเหตุแหงความแตกตาง ไดแก อายุ เพศ ความพิการ และเชื้อชาติ ใหอยูภายใตพระราชบัญญัติเดียวกัน เพื่อลด ความซับซอนและความไมสอดคลองของกฎหมายแตละฉบับ เพื่อใหสาธารณชนมีความเขาใจเกี่ยวกับสิทธิและ หนาที่ของตนภายใตกฎหมายดังกลาวไดดียิ่งขึ้น และเพื่อสรางกลไกการคุมครอง/รองทุกขที่มีประสิทธิภาพ และ ขยายความคุมครองเพิ่มขึ้นในกรณีที่เหมาะสม42 สําหรับการคุมครองผูติดเชื้อเอชไอวีจากการเลือกปฏิบัตินั้น พบวา DDA ยังคงมีปญหาในการบังคับใช โดยเฉพาะอยางยิ่งในประเด็นการพิจารณาการเลือกปฏิบัติทั้งทางตรงและ ทางออม (test for discrimination) ซึ่งกลุมภาคประชาสังคมไดมีการเสนอใหมีการพิจารณานําเอาวิธีการพิจารณา การเลือกปฏิบัติที่เปนรูปแบบเดียวมาใชกับการเลือกปฏิบัติทั้งสองประเภท เพื่อทําใหกระบวนการตรวจสอบ งายยิ่งขึ้น โปรงใส และยืดหยุน ซึ่งจะทําใหผูติดเชื้อเอชไอวีซึ่งเปนผูรองที่ไมมีทนายหรือที่ปรึกษาทางกฎหมาย ใหความชวยเหลือในคดี (unrepresented litigant) สามารถเขาถึงความยุตธิ รรม นอกจากเสนอใหมนี าํ เอาประเด็น เรื่องการลวงละเมิดเปนสวนหนึ่งของความหมายของการเลือกปฏิบัติ และใหมีการบัญญัติหนาที่เชิงบวก (positive duty) ของหนวยงานที่เกี่ยวของ รวมตลอดถึง นายจาง ผูใหบริการในการสงเสริมการขจัดการเลือกปฏิบัติ นอกจากนี้ ประเด็นภาระการพิสูจน มีขอเสนอควรใหฝายผูถูกกลาวหาเปนผูมีภาระในการนําสืบพิสูจน เนื่องจาก พบวา ในกรณีการเลือกปฏิบัติจากการจางงาน เนื่องจากความสัมพันธเชิงอํานาจที่ไมเทาเทียมระหวางผูรองซึ่งเปน ลูกจาง และผูถูกกลาวหาซึ่งเปนนายจาง ทําใหผูรองมีความยากลําบากอยางมากในการอาง หรือนําหลักฐาน เกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติซึ่งโดยปกติอยูในความครอบครองหรือควบคุมของผูถูกกลาวหามานําสืบใหปรากฎได ดังนั้น หนาที่ในการนําสืบควรตกอยูที่ผูถูกกลาวหาซึ่งเปนไปตามแนวทางภายใต Fair Work Act 200943 40 41 42 43 Sections 113 - 120 http://humanrights.gov.au/about/publications/annual_reports/2010_2011/complaint-statistics.html Attorney - General’s Department, Consolidation of Commonwealth Anti - Discrimination Laws - Discussion Paper, September 2011, visited http://www.ag.gov.au/Consultations/Documents/ConsolidationofCommonwealthanti-discriminationlaws/Consolidation%20of%20 Commonwealth%20Anti-Discrimination%20Laws.pdf HIV/AIDS Legal Centre, Consolidation of Commonwealth Anti-Discrimination Laws, February 2012, visited http://halc.org.au/wp-content/ uploads/2013/04/Consolidation-of-Discrimination-legislation.pdf

Select target paragraph3