16
รายงานการศึกษาวิจัย
การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี
แนวทางในการพิจารณาการเลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจากโรคเอดส ทั้งจากกฎหมาย นโยบาย การปฏิบัติ และกําหนด
หลักการสําคัญเพื่อเปนตัวชี้วัดการเลือกปฏิบัติที่ไมเปนธรรม24 นอกจากนี้ ในป พ.ศ. 2549 และ 2554 ที่ประชุม
สมัชชาสหประชาชาติไดมีมติรับหลักการปฏิญญาวาดวยพันธกรณีเรื่องโรคเอดส พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2006) และ
พ.ศ. 2554 (ค.ศ. 2011) เพื่อตอกยํ้าจุดยืนของประชาคมโลกในความมุงมั่นในการแกไขปญหาเกี่ยวกับโรคเอดส
โดยมุงเนนไปที่การออกกฎหมายโดยรัฐในการแกไขปญหาการเลือกปฏิบัติ การตีตรา และการกีดกันทางสังคม
ตอกลุมผูติดเชื้อเอชไอวี
2.1.3 สิทธิมนุษยชนในการประกอบอาชีพของกลุมผูติดเชื้อและผูที่อยูรวมกับเชื้อเอชไอวี
ตามที่ไดกลาวมาขางตน การแพรระบาดของโรคเอดสไมเพียงแตเปนปญหาในเชิงสาธารณสุข
เทานั้น แตยังไดสงผลกระทบตอโครงสรางการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจ และกลายปนภัยคุกคามตอโลก
แหงการทํางานเปนอยางมาก ทั้งในเรื่องของผลิตภาพแรงงาน25 การบริหารจัดการแรงงานอันเนื่องจากความ
เจ็บปวย การพักงาน และการเสียชีวิตของกําลังแรงงาน และในทางกลับกันปญหาดังกลาวยังกอใหเกิดผลกระทบ
ตอสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงาน โดยเฉพาะอยางยิ่งในสวนที่เกี่ยวของกับการเลือกปฏิบัติและอคติตอแรงงาน
ที่ติดเชื้อเอชไอวี หรือแรงงานที่อยูในสภาวะที่เสียงตอการติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งมีความชัดเจนมากขึ้นในกลุมแรงงาน
ที่มีความเปราะบางในสังคม เชน กลุมแรงงานหญิง และแรงงานขามชาติ
ในปจจุบัน มีกฎหมายเพื่อคุมครองสิทธิมนุษยชนของแรงงานที่ติดเชื้อเอชไอวีจากการเลือกปฏิบัติ
ในการประกอบอาชีพเปนการเฉพาะ ไดแก ตราสารระหวางประเทศวาดวยสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะขอที่วาดวย
สิทธิในการจางงาน ซึ่งปรากฎอยูในกติการะหวางประเทศวาดวยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967) อนุสัญญาวาดวยสิทธิผูพิการ พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2006) และโดยเฉพาะอยางยิ่ง ขอบัญญัติ
ภายใตอนุสัญญาองคการแรงงานระหวางประเทศหลายฉบับไดวางหลักเกณฑที่สําคัญตอการสรางหลักประกัน
แกบุคคลจากการเลือกปฎิบัติในการประกอบอาชีพ อาทิ อนุสัญญาองคการแรงงานระหวางประเทศ ฉบับที่ 111
วาดวยการเลือกปฏิบัติในการจางงานและการทํางาน พ.ศ. 2501 (ค.ศ. 1958)26 อนุสัญญาองคการแรงงานระหวาง
ประเทศ ฉบับที่ 158 วาดวยการเลิกจางงาน พ.ศ. 2525 (ค.ศ. 1982)27 อนุสัญญาองคการแรงงานระหวางประเทศ
ฉบับที่ 159 วาดวยการฟนฟูสมรรถภาพทางอาชีพและการจางงาน (คนพิการ) พ.ศ. 2526 (ค.ศ. 1983)28
นอกจากอนุ สั ญ ญาองค ก ารแรงงานระหว า งประเทศที่ รั ฐ สมาชิ ก สามารถนํ า มาเป น แนวทาง
ในการกําหนดนโยบายและปฏิรูป/บัญญัติกฎหมาย ยังไดมีการพัฒนาเครื่องมือที่ไมมีผลผูกพันทางกฎหมาย
ขึ้นในป พ.ศ. 2543 ภายหลังจากการประชุมองคการแรงงานระหวางประเทศวาดวยเชื้อเอชไอวี/เอดส และโลก
แหงการทํางานป พ.ศ. 2543 องคการแรงงานระหวางประเทศ ในฐานะหนวยงานรับผิดชอบ พรอมดวยองคกร
ไตรภาคี (รัฐสมาชิก ตัวแทนฝายองคกรนายจาง องคกรลูกจาง) และองคการระหวางประเทศที่เกี่ยวของไดรวมกัน
จัดทําแนวปฏิบัติเรื่องโรคเอดสในโลกแหงการทํางาน (ILO Code of Practice on HIV/AIDS and the World of
Work) ในป พ.ศ. 2544 ซึ่งถือเปนเครื่องมือฉบับแรกที่ใหขอชี้แนะในทางปฏิบัติแกผูกําหนดนโยบาย องคกร
UNAIDS, Protocol for the Identification of Discrimination against People Living with HIV, Geneva: UNAIDS, 2000
ผลิตภาพแรงงาน (labour productivity) คือจํานวนผลผลิตตอแรงงาน 1 คน หรือตอ 1 ชัว่ โมงของการทํางานอางถึงใน Productivity: ผลิตภาพและ
การเพิ่มผลผลิต [online] retrieved from http://www.topofquality.com/sproductivity/indexprod.html
26
Discrimination (Employment and Occupation) Convention, 1958 (No.111), Art.1 (1) (a)-(b), (2) –(3), 2 and 5
27
Termination of Employment Convention, 1982 (No. 158), Art.5 (e)
28
Vocational Rehabilitation and Employment (Disabled Persons), 1983 (No.159), Art.1 (1), 2,3 and 4
24
25