รายงานการศึกษาวิจัย การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี ระหวางป พ.ศ. 2531 - 2532 ประเด็นสิทธิมนุษยชนและเอชไอวี/เอดส ไดถูกนํามาพิจารณา เปนครั้งแรกโดยองคการอนามัยโลก และ United Nations Centre of Human Rights ในเวทีหารือระหวาง ประเทศ ครั้งที่ 1 วาดวยโรคเอดสและสิทธิมนุษยชน ซึ่งระบุวา การเลือกปฏิบัติตอผูติดเชื้อเอชไอวีและกลุมเสี่ยง ถือเปนอุปสรรคที่สําคัญตอการแกไขปญหาการแพรระบาดของเชื้อเอชไอวีอยางมีประสิทธิภาพ หลักการดังกลาว ยังถูกนําเสนอในขอมติแหงที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติในป 2534 และการประชุมเวทีอื่นๆ อีกดวย21 ป พ.ศ. 2536 สํานักงานขาหลวงใหญสิทธิมนุษยชนแหงสหประชาชาติและโครงการโรคเอดส แหงสหประชาชาติไดจดั การประชุมหารือระดับระหวางประเทศวาดวยเชือ้ เอชไอวี/เอดสและสิทธิมนุษยชน ครัง้ ที่ 2 และมีการรับหลักการแนวปฏิบัติระหวางประเทศวาดวยเชื้อเอชไอวี/เอดสและสิทธิมนุษยชน (International Guidelines on HIV/AIDS and Human Rights) ซึ่งไดมีการแกไขปรับปรุงเมื่อป พ.ศ. 2545 และ 2549 ตามลําดับ22 แนวปฏิบัติดังกลาวไดวางแนวทางที่สําคัญในการคุมครองสิทธิมนุษยชนของผูติดเชื้อและผูอยูรวมกับ เชื้อเอชไอวี แนวปฎิบัติฯ ไดกําหนดพันธกรณีของรัฐที่เกี่ยวกับสิทธิดังตอไปนี้ การไมถูกเลือกปฏิบัติทางสุขภาพ การเขาถึงขอมูล การศึกษา การจางงาน สวัสดิการทางสังคม และการมีสวนรวมกับสาธารณะ ซึ่งเปนประเด็นสําคัญ ตอการลดความเปราะบางทางสังคมของกลุมผูติดเชื้อเอชไอวี และเปนหลักประกันในการไดรับการดูแลและ สนับสนุน ที่สําคัญไปกวานั้น แนวปฏิบัติขอที่ 5 ไดเสนอใหรัฐบัญญัติกฎหมายวาดวยการขจัดการเลือกปฏิบัติ เพื่อคุมครองกลุมผูเปราะบางทางสังคม ผูติดเชื้อเอชไอวีและคนพิการ จากการเลือกปฏิบัติทั้งในภาครัฐและ ภาคเอกชน และใหหลักประกันสิทธิสวนบุคคลและหลักการรักษาความลับ รวมตลอดถึงจัดใหมีระบบการเยียวยา จากการละเมิดสิทธิดังกลาวอยางมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ในประเด็นเกี่ยวกับการจางงาน แนวปฏิบัติขอที่ 10 ไดกําหนดใหรัฐควรใหหลักประกันวา รัฐบาลและสถานประกอบการพัฒนาแนวปฏิบัติเกี่ยวกับประเด็นดานเอดส กับการคุมครองสิทธิมนุษยชน แมวาแนวปฏิบัติฯ ไมมีผลผูกพันทางกฎหมาย แตไดวางหลักการที่สําคัญที่รัฐ ควรนําไปปฏิบัติในการบัญญัติหรือปฏิรูปกฎหมาย23 ป พ.ศ. 2544 ถือไดวามีความกาวหนาในการพัฒนากรอบกฎหมายและแนวปฎิบัติดานเอดส อยางมากในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยพิเศษวาดวยโรคเอดส (United Nations General Assembly on Special Session of AIDS หรือ UNGASS) ไดมีมติรับหลักการปฏิญญาวาดวยพันธกรณีเรื่องโรคเอดส (Declaration of Commitment on HIV/AIDS) ซึ่งเปนมาตรการสากลที่ไมมีผลผูกพันทางกฎหมาย แตให แนวทางในการดําเนินงานในการปองกันการแพรระบาดของเชื้อเอชไอ��ี การดูแลและการสนับสนุน รวมตลอดถึง บทบาทที่สําคัญของหลักการสิทธิมนุษยชนในการคุมครองกลุมผูติดเชื้อเอชไอวี ปฏิญญาดังกลาวยังใหความสําคัญ กับหลักการไมเลือกปฏิบัติในทุกมิติ รวมถึงการไมเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของกลุมผูติดเชื้อเอชไอวี (Discrimination at work) ซึ่งถือเปนปจจัยที่เปนอุปสรรคโดยใหพิจารณาควบคูไปกับแนวปฏิบัติระหวางประเทศ วาดวยเชื้อเอชไอวี/เอดสและสิทธิมนุษยชน และในปเดียวกันนี้เอง UNAIDS ไดพัฒนา Protocol for the Identification of Discrimination against People living with HIV (The Protocol) โดยมีจุดมุงหมายเพื่อเปน 21 22 23 ดูเพิ่มเติมใน Report of an International Consultation on AIDS and Human Rights, Geneva, 26 to 28 July 1989 (HR/PUB/90/2) และ UN General Assembly resolution A/Res/46/203, 20 December 1991. ดูเพิ่มเติม Report of the Secretary-General to the Commission on Human Rights, E/CN.4/1997/37 Office of the United Nations High Commissioner for Human Rights and the Joint United Nations Programme on HIV/AIDS(OHCHR/ UNAIDS) (2006) HIV/AIDS and Human Rights, International Guidelines, (Consolidated version) (New York and Geneva, UN) 15

Select target paragraph3