VI รายงานการศึกษาวิจัย การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี 1.3 ระเบียบวิธีการศึกษา การศึกษาวิจยั เรือ่ ง การเลือกปฏิบตั ใิ นการประกอบอาชีพของผูต ดิ เชือ้ เอชไอวี เปนการวิจยั แบบมีสว นรวม (Participatory Research) ซึ่งเปนการวิจัยที่เปดโอกาสใหผูมีสวนไดสวนเสีย (Stakeholders) ไดมาสรางความรู รวมกัน (co-production of knowledge) โดยอาศัย “การประชุมเชิงปฏิบัติการของผูมีสวนไดสวนเสีย ครั้งที่ 1” (stakeholder’s workshop #1) เปนเวทีในการเริ่มตนตั้งโจทยวิจัย การพัฒนาเครื่องมือรวมกัน การวิจัยแบบมีสวนรวมนี้ มีจุดเดนในแงที่นอกจากจะทําใหผูวิจัยสามารถเก็บขอมูลไดอยางลุมลึก รอบดานแลว ยังเปนโอกาสในการเสริมพลังทางดานความรูใหกับผูมีสวนไดสว นเสียที่มีสวนรวมในการวิจัยดวย ดังที่ไดกลาวไวในสวนที่แลววา สาเหตุสําคัญของการตีตราและการเลือกปฏิบัติสวนหนึ่งมาจาก การขาดความรูค วามเขาใจทีถ่ กู ตองเกีย่ วกับการแพรกระจายของเชือ้ เอชไอวี คณะผูว จิ ยั จึงออกแบบใหการวิจยั ครัง้ นี้ มีสวนในการพัฒนาความรูความเขาใจของคณะผูวิจัย และผูมีสวนไดสวนเสียไปพรอม ๆ กัน เพื่อใหขอเสนอ แนวทางการแกไขปญหาการเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อที่เปนจริง เพื่อวัตถุประสงคดังกลาว ผูวิจัยจึงใชวิธีการเก็บขอมูล และประยุกตใชเครื่องมือในการเก็บขอมูล หลายอยางประกอบกัน ดังนี้ 1.3.1 การวิจัยเอกสาร มี 2 ขั้นตอนที่ตอเนื่องกัน ดังนี้ 1) การศึกษาแนวคิดเกีย่ วกับหลักความเสมอภาคในการประกอบอาชีพ หลักการสิทธิมนุษยชน หลักการสากล และมาตรฐานสากลทีเ่ กีย่ วของกับการปกปองคุม ครองสิทธิในการประกอบอาชีพของผูต ดิ เชือ้ เอชไอวี จากกฎหมายในประเทศไทยและตางประเทศ ปฏิญญาสากล กติกาและอนุสัญญาระหวางประเทศ เอกสาร ทางวิ ช าการ หนั ง สื อ ตํ า รา รายงานการวิ จั ย ที่ เ กี่ ย วข อ งในประเทศไทยและต า งประเทศ รวมถึ ง การศึ ก ษา เปรียบเทียบตัวอยางมาตรการของตางประเทศอยางนอย 3 ประเทศ โดยใหความสําคัญกับประเทศที่ประสบ ความสํ า เร็ จ ในการคุ  ม ครองสิ ท ธิ ข องผู  ติ ด เชื้ อ ประเทศที่ มี ก ฎหมายห า มการเลื อ กปฏิ บั ติ ใ นแบบต า ง ๆ กั น เชน เครือรัฐออสเตรเลีย อาจเปนตัวอยางของประเทศที่มีมาตรการคุมครองสิทธิในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อ ในแบบเสรีนิยม สหราชอาณาจักรและเครือรัฐออสเตรเลียอาจเปนตัวอยางของประเทศที่มีนโยบายรัฐสวัสดิการ และอาจหยิ บ ยกกรณี ป ระเทศในเอเชี ย ตะวั น ออกเฉี ย งใต เช น สาธารณรั ฐ ฟ ลิ ป ป น ส เ ป น อี ก ตั ว อย า งของ ประเทศกําลังพัฒนา เปนตน 2) การวิเคราะหแนวทางและนโยบายการแกไขปญหาของรัฐบาลไทยในการคุมครองสิทธิ ในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี โดยศึกษาจากระเบียบ ประกาศ นโยบายของรัฐ มาตรการทางกฎหมาย แนวทางการปฏิบัติและการดําเนินงานของหนวยงานตาง ๆ ที่เกี่ยวของ 1.3.2 การศึกษาสภาพการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวีในมิติตาง ๆ สาเหตุและปจจัย ที่ทําใหเกิดปญหา รวมทั้งผลกระทบในมิติสิทธิมนุษยชนตอการเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อ อาศัยการเก็บขอมูลเชิงคุณภาพ ซึง่ ใหความสําคัญกับการทําความเขาใจและตีความขอมูลอยางลุม ลึกในมุมมองแบบ คนใน และเก็บขอมูลเชิงลึกจากผูใ หขอ มูลหลัก (Key Informant) ซึง่ เปนผูท สี่ ามารถใหขอ มูลไดอยางชัดเจน จึงทําให สามารถไดผลการศึกษาทีห่ นักแนน และเชือ่ ถือได ซึง่ แตกตางจากการศึกษาเชิงปริมาณที่เนนการสรางขอสรุปทั่ว��ป (generalization) จึงตองใหความสําคัญกับจํานวนตัวอยางที่สามารถเปนตัวแทนประชากรได แตการเก็บขอมูล เชิงปริมาณจะไมสามารถแสดงใหเห็นปญหาเฉพาะบางประการ โดยเฉพาะการเลือกปฏิบัติไดชัดเจน

Select target paragraph3