แหง
a i l aชาติ
N
nd
งา
สํานaักtio nal
Th
นค
ณ
ยชน
m a ะกรรมการสิทธิมนุษ o n of
n
ssi
Hu
Rights C om m i
ในการพัฒนาทรัพยากรปาไม รวมทั้งเพื่อประโยชนในการจัดทําแผนงานและโครงการพัฒนาทรัพยากรปาไม
ใหสอดคลองกับลักษณะและปญหาของพื้นที่ปาไมแตละประเภท โดยแบงพื้นที่ปาไมเปน 2 ลักษณะ คือ
(1) ปาเพื่อการอนุรักษ ไดแก วนอุทยาน อุทยานแหงชาติ เขตรักษาพันธุสัตวปา ปาตนนํ้า
ลําธารชัน้ 1 เพือ่ ใหเหมาะสมกับหลักเกณฑการอนุรกั ษ จึงกําหนดใหมพี นื้ ทีป่ า อนุรกั ษรอ ยละ 15 ของพืน้ ทีป่ ระเทศ
(1.1) รัฐบาลจะดําเนินการปองกัน รักษาพื้นที่ปาไมเพื่อการอนุรักษดังกลาวอยางจริงจัง
(1.2) รัฐบาลจะบริหารและจัดการใหเอกชนเขามามีสวนรวมพัฒนาพื้นที่ปาอนุรักษ
ในบางพื้นที่ โดยไมมีผลกระทบกระเทือนตอการอนุรักษปาไม
(2) ป า เศรษฐกิ จ คื อ พื้ น ที่ ป า ไม ที่ ส ามารถใช ป ระโยชน ท างเศรษฐกิ จ ได แ ละเป น พื้ น ที่
นอกเหนือจากปาอนุรักษ เพื่อใหมีปริมาณไมใชสอยเพียงพอในประเทศ จึงกําหนดใหมีพื้นที่ปาเศรษฐกิจ
รอยละ 25 ของพื้นที่ประเทศ
(2.1) รัฐจะดําเนินการจําแนกพื้นที่ปาไมเศรษฐกิจที่ถูกบุกรุกและมีสภาพเสื่อมโทรม
ออกจากพื้ น ที่ป า ที่มี ส ภาพอุ ด มสมบู ร ณ พื้น ที่ป า เสื่ อ มโทรมที่มี ค วามเหมาะสมในการทํ า เกษตร สนั บ สนุน
ใหเอกชนทําการเกษตรควบคูกับการปลูกปา สําหรับพื้นที่ปาเสื่อมโทรมที่ไมเหมาะสมกับการทําเกษตร สนับสนุน
ใหเอกชนทําการปลูกปา ทั้งนี้เพื่อเปนการปรับสภาพดินเพื่อเปนการทดแทนปาเสื่อมโทรมและเพื่อเสริมรายได
(2.2) สนับสนุนและสงเสริมบทบาทเอกชนและประชาชนในพื้นที่ใหมีสวนรวมในการ
บริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรปาไมใหเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ คุณภาพ และประหยัด โดยเนนใหมี
การปลูกปา 3 ประเภท คือ
ก. การปลูกปาไมโตเร็วและสวนผลไม มีหลักเกณฑการสนับสนุนพิจารณาโดยพิจารณา
ความเหมาะสม 2 ประการคือ พันธุไมและพื้นที่ปลูก กลาวคือจะตองเปนพันธุไมและพืชเศรษฐกิจ สอดคลอง
กับความตองการของตลาดอยางแทจริง และเปนประโยชนตอการอนุรักษดินและนํ้า สําหรับพื้นที่ปลูกจะตอง
คํานึงถึงความเหมาะสมของดิน และการนําไปใชประโยชนในแตละพื้นที่
ข. การปลูกไมมีคาทางเศรษฐกิจ สนับสนุนใหมีการปลูกไมสักทั้งภาคเอกชนและภาครัฐบาล
เพื่อใหประเทศรักษาสภาพความเปนผูนําในการสงออกไมคุณภาพดีไดตอไป
ค. การปลูกปาชุมชน สนับสนุนองคกรประชาชนในระดับทองถิ่นใหรวมมือกันปลูกปา
และแบงปนผลประโยชนที่ไดรับจากการปลูกปาโดยเนนพันธุไมอเนกประสงค รวมทั้งมีการสนับสนุนใหมี
การใชประโยชนจากไมอยางประหยัด
70
รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข
นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”