แหง a i l aชาติ N nd งา สํานaักtio nal Th นค ณ ยชน m a ะกรรมการสิทธิมนุษ o n of n ssi Hu Rights C om m i สวนการถือครองที่ดินของบุคคลธรรมดาพบวา กลุมที่มีที่ดินมากที่สุด 20% แรก ถือครองที่ดิน ตางจากกลุมที่มีที่ดินนอยสุดถึง 600 กวาเทา โดยบุคคลธรรมดาที่ถือครองที่ดินสูงสุด มีที่ดินในครอบครอง ถึง 630,000 ไร หากจําแนกผูถือครองที่ดิน โดยนําสัดสวนการถือครองที่ดินของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล มาหาคาเฉลี่ย ยังพบตัวเลขกลุมผูที่ถือครองมากสุด 10% ถือครองที่ดินถึง 80% ของที่ดินมีโฉนดทั้งหมด สวนประชาชนกลุมที่เหลืออีก 90% กลับถือครองที่ดินเพียง 20% ของที่ดินมีโฉนดทั้งหมด ซึ่งสะทอนใหเห็นถึง การกระจุกตัวของการถือครองที่ดินเปนอยางมาก ขณะที่ ก ารถื อ ครองที่ ดิ น ของนั ก การเมื อ งในรั ฐ บาลป จ จุ บั น จากการศึ ก ษาและรวบรวมข อ มู ล จากสํานักงานคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ (ป.ป.ช.) พบวา ส.ส. บัญชีรายชื่อ จํานวน 118 ราย ถือครองที่ดินมีมูลคารวมกันถึง 8,000 ลานบาท สวน ส.ส. เขต จํานวน 346 ราย ถือครองที่ดิน มีมูลคารวม 7,800 กวาลานบาท และถาดูจากขนาดการถือครองที่ดิน ทั้ง ส.ส. บัญชีรายชื่อ และ ส.ส. เขต ถือครองที่ดินรวมกันทั้งสิ้นกวา 27,000 ไร (ดวงมณี เลาวกุล 2554) จากตัวเลขนี้จึงไมนาแปลกใจเลยวา เพราะเหตุใดเมื่อมีการพูดถึงเรื่องภาษีที่ดิน การดําเนินการตาง ๆ จึงไมคอยขยับไปไกลมากนัก นาจะมีคําอธิบาย อยูในตัว ขอมูลสถานการณปญหาที่ดินที่ปรากฏขางตน สะทอนใหเห็นถึงสาเหตุของปญหาในทางนโยบาย ที่สงผลใหเกิดความไมเทาเทียม เปนธรรมในการเขาถึงฐานทรัพยากรธรรมชาติ โดยประกอบไปดวยสาเหตุ ดังนี้ 1) นโยบายเร ง รั ด ออกโฉนดที่ ดิ น และเอกสารสิ ท ธิ์ ที่ ดิ น เพื่ อ สร า งหลั ก ประกั น ให บุ ค คลมี สิ ท ธิ ในที่ดินอยางมั่นคง โดยไมมีการวางแผนการใชที่ดินอยางเหมาะสม ไมมีการควบคุมการเก็งกําไรซื้อขายที่ดิน และไมมี���าตรการกระจายการถือครองที่ดิน จึงทําใหมีการกระจุกตัวการไดเอกสารสิทธิที่ดินสําหรับบุคคล ที่เขาถึงขอมูลขาวสารการพัฒนาอสังหาริมทรัพย และผูมีอิทธิพลในทองถิ่น 2) นโยบายสงเสริมการทองเที่ยวที่กระตุนใหเกิดแยงชิงพื้นที่ปา พื้นที่ชายฝงทะเล มาเปนพื้นที่ อุตสาหกรรมทองเที่ยว ซึ่งมีผลกระทบตอการแยงชิงทรัพยากรที่ดิน 3) นโยบายการพั ฒ นาโครงสร า งพื้ น ฐานเพื่ อ เป ด ประเทศเข า สู  ก ารพั ฒ นาเศรษฐกิ จ ด ว ยการ สร า งโครงสร า งพื้ น ฐาน เช น ถนน เขื่ อ น และเปลี่ ย นพื้ น ที่ เ กษตรกรรมเป น พื้ น ที่ อุ ต สาหกรรม พื้ น ที่ เ มื อ ง การบริการทองเที่ยว และพาณิชยกรรม และใชนโยบายเวนคืนที่ดิน 4) นโยบายการเพิ่มพื้นที่ปาอนุรักษใหไดรอยละ 25 ของเนื้อที่ประเทศ จึงทําใหมีการขยายพื้นที่ ปาอนุรักษ เชน อุทยานแหงชาติ วนอุทยานแหงชาติ เขตรักษาพันธุสัตวปา เขตหามลาสัตว เปนตน ซึ่งไมได มี ก ารตรวจสอบการถื อ ครองที่ ดิ น และทํ า ประโยชน ที่ ดิ น มาก อ นในระดั บ พื้ น ที่ แต ใช ภ าพถ า ยทางอากาศ จึงทําใหเกิดความขัดแยงกับประชาชนที่ทําประโยชนในที่ดินมากอนการประกาศเขตปาอนุรักษ 54 รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”

Select target paragraph3