แหง a i l aชาติ N nd งา สํานaักtio nal Th นค ณ ยชน m a ะกรรมการสิทธิมนุษ o n of n ssi Hu Rights C om m i ข) ไมมีกฎหมายจํากัดการถือครองที่ดินของเอกชน ทําใหผูที่มีฐานะดีสามารถถือครองที่ดินได ไมจํากัดโดยไมตองทําประโยชนในที่ดินอยางเต็มที่ ในขณะที่ยังมีเกษตรกรและผูไมมีที่ดินทํากินตองการที่ดิน อีกมากและยังไมมีมาตรการทางภาษีที่มีประสิทธิภาพและเปนธรรมออกบังคับใชในการแกไขปญหาการกระจุกตัว ของที่ดิน และการกวานซื้อเพื่อเก็งกําไรที่ดิน เพื่อใหมีการกระจายที่ดินที่ปฏิบัติได และสรางความเปนธรรม ในสังคมถึงแมจะมีกฎหมายปฏิรปู ทีด่ นิ ก็ไมไดเนนดําเนินการปรับปรุงสิทธิและการถือครองในทีด่ นิ ทีเ่ อกชนถือครอง ค) กฎหมายวาดวยผังเมืองยังไมสามารถใชบังคับเพื่อกําหนดเขตการใชประโยชนที่ดินทําใหเกิด การใชที่ดินไมเหมาะสมในเขตเมืองซึ่งกอใหเกิดปญหาติดตามมา เชน ปญหาการจราจรมลพิษทางอากาศและเสียง นํ้าเสีย ขยะมูลฝอย เปนตน นอกจากนั้น ยังขาดกฎหมายที่จะดูแลปญหาของชุมชนแออัด การจัดรูปที่ดิน รวมทั้งมาตรการที่จะลด ผลกระทบอันเกิดจากการพัฒนาที่ไมสอดคลองกับแผนการใชประโยชนที่ดิน ง) กฎหมายพัฒนาที่ดินไมสามารถกําหนดใหเจาของที่ดินใชที่ดินใหเหมาะกับสมรรถนะของดิน หรือการอนุรักษดินและนํ้า ตลอดจนพื้นที่เกษตรกรรมที่ลดลงตามลําดับ เนื่องจากไมมีมาตรการจูงใจที่เหมาะสม ในกฎหมาย และในทางปฏิบัติการอนุรักษดินและนํ้ามีตนทุนและอาจไมสอดคลองกับวัตถุประสงคในการใชที่ดิน ประกอบอาชีพหรือวิธีการทําการเกษตรของเกษตรกร จ) กฎหมายเศรษฐกิจที่ออกมาในชวงวิกฤตของประเทศหลังป พ.ศ. 2540 ไมมีผลอยางเดนชัด ที่จะทําใหเกิดการขยายตัวของการถือครองที่ดินของคนตางดาว อันจะกระทบถึงการถือครองที่ดินของคนไทย เพราะมีเงื่อนไขกํากับการไดมาและการถือครอง อยางไรก็ตาม หากประเมินผลแลวเห็นวา เปนการเปดชอง ให ค นต า งชาติ ถื อ ครองที่ ดิ น โดยไม จํ า เป น และประเทศไทยจะไม ไ ด ป ระโยชน จ ากการกระตุ  น ภาวะตลาด อสังหาริมทรัพยภายในประเทศ��วยวิธีนี้หรือภาวะตลาดอสังหาริมทรัพยในประเทศฟนตัวแลว ก็อาจพิจารณา แกไขหรือยกเลิกกฎหมายดังกลาว ฉ) กฎหมายภาษีโรงเรือนและที่ดินเปนการจัดเก็บภาษีจากฐานทรัพยสินและใหอํานาจพนักงาน เจาหนาที่ในการประเมินคารายปที่เหมาะสมโดยคํานึงถึงลักษณะของทรัพยสิน ขนาดพื้นที่ทําเลที่ตั้ง และบริการ สาธารณะที่ ท รั พ ย สิ น นั้ น ได รั บ ประโยชน เป น การนํ า วิ ธี ก ารประเมิ น ราคาทรั พ ย สิ น ประเภทคิ ด จากรายได ของทรัพยสิน (Income - Capitalization Approach) มาใช ขณะที่ภาษีบํารุงทองที่กฎหมายกําหนดใหพิจารณา จากราคาปานกลางที่ดินโดยใหนําราคาที่ดิน (เทานั้น) ในหนวยงานที่จะทําการตีราคาซึ่งซื้อขายกันโดยสุจริต ครั้งสุดทายไมนอยกวาสามรายในระยะเวลาไมเกินหนึ่งปกอนวันตีราคามาคํานวณถัวเฉลี่ยเปนราคาปานกลาง ซึ่งจะเห็นไดวาการเก็บภาษีดังกลาวยังขาดหลักเกณฑที่แนนอน เนื่องจากขึ้นอยูกับดุลพินิจของผูประเมินภาษี จึงเปนชองทางใหหลีกเลี่ยงภาษีและยังเปดโอกาส ใหผูครอบครองที่ดินของรัฐเสียภาษีดวย ซึ่งเปนการสนับสนุน ใหมีการบุกรุกครอบครองที่ดินของรัฐ สวนนโยบายของรัฐถึงแมวาจะมีความชัดเจนระดับหนึ่ง แตก็มิไดนําเอาไป ปฏิบัติหรือเรงรัดใหมีการปฏิบัติอยางจริงจัง เชน การออกกฎหมายคุมครองพื้นที่เกษตรกรรม การจัดเก็บ ภาษีทดี่ นิ ในอัตรากาวหนา รวมทัง้ การจัดตัง้ ธนาคารทีด่ นิ เปนตน ซึง่ หากสามารถปฏิบตั ไิ ดกจ็ ะทําใหแกปญ  หาทีด่ นิ 40 รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”

Select target paragraph3