แหง a i l aชาติ N nd งา สํานaักtio nal Th นค ณ ยชน m a ะกรรมการสิทธิมนุษ o n of n ssi Hu Rights C om m i สอดคลองกับงานวิจัยเรื่องการศึกษาแนวทางการปรับปรุงองคกรบริหารจัดการที่ดิน โดยอิทธิพล ศรีเสาวลักษณ และคณะ (2547) ที่ปรากฏผลการศึกษาระบุชัดวา มีความจําเปนที่จะตองมีองคกรในระดับชาติ เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรดินและที่ดินของประเทศและกิจกรรมที่เกี่ยวของทั้งระบบ ดวยการกําหนดนโยบาย ใหสอดคลองกับการพัฒนาการอนุรักษการฟนฟูและการใชประโยชนจากทรัพยากรดินและที่ดินอยางสมดุล เปนธรรมและยั่งยืนทั้งในดานเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดลอม นอกจากการแกไขที่กลไกและการเปดพื้นที่ใหประชาชนเขามามีสวนรวมแลว งานวิจัยโครงการศึกษา การถือครองและใชประโยชนที่ดินและมาตรการทางเศรษฐศาสตรและกฎหมายเพื่อใหการใชประโยชนที่ดิน เกิดประโยชนสูงสุด โดยวารินทร วงศหาญเชาวและคณะ (2544) ไดชี้ใหเห็นถึงปญหาสําคัญอีกดานของการ จัดการทีด่ นิ โดยชีช้ ดั ถึงสัดสวนของการถือครองทีด่ นิ และการใชประโยชนทไี่ มสมดุลกันโดยเปนปญหาจากโครงสราง กฎหมาย ที่สงทําใหเกิดปญหาการกระจายการถือครอง และการใชที่ดินไมเต็มประสิทธิภาพ และปญหานี้ ก็สงผลกระทบตอมูลคาทางเศรษฐกิจ รวมทั้งมีขอเสนอในการจัดการทรัพยากรที่ดินใหไดประโยชนสูงสุด ทั้งนี้ยังพบวา ที่ดินสวนมากยังมีการใชประโยชนไมเต็มที่ ขอมูลจากการสํารวจของโครงการนี้ พบวา ที่ดิน ประมาณรอยละ 70 ของประเทศนั้นใชประโยชนพอสมควร ที่เหลือใชประโยชนตํ่ากวารอยละ 50 คือ มีการใช ประโยชน ไ ม เ ต็ ม ที่ ห รื อ ไม ไ ด ใช ป ระโยชน เ ลย การใช ป ระโยชน จ ากที่ ดิ น ไม เ ต็ ม ที่ นี้ อ าจจะเกิ ด จากป ญ หา การเก็ ง กํ า ไรหรื อ ป ญ หาการบริ ห ารจั ด การที่ ดิ น ของผู  ถื อ ครองที่ ดิ น เอง การประเมิ น การสู ญ เสี ย จากการใช ประโยชนจากที่ดินไมเต็มที่หากใชมูลคาเพิ่มภาคเกษตรเปนขอมูลในการประเมินซึ่งถือวาเปนการประเมินขั้นตํ่า ปจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ที่ใชการเกษตร 132.5 ลานไร มูลคาเพิ่มของการเกษตรป พ.ศ. 2541 มีประมาณ 619,350 ลานบาท จากขอมูลที่มีอยูสามารถคํานวณไดวา การประมาณการขั้นสูงเกี่ยวกับการใชประโยชน ที่ ดิ น อยู  ที่ ร ะดั บ ร อ ยละ 70.5 และหากสามารถทํ า ให ที่ ดิ น ใช ป ระโยชน เ พิ่ ม ขึ้ น เป น ร อ ยละ 85 มู ล ค า เพิ่ ม ทางเกษตรจะสูงถึง 746,734.03 ลานบาท หรือทําใหเกิดมูลคาเพิ่มไดอีก 127,384.03 ลานบาท ซึ่งสรุปไดวา การสู ญ เสี ย จากการใช ป ระโยชน จ ากที่ ดิ น ไม เ ต็ ม ที่ ป ระเทศไทยต อ งสู ญ เสี ย ทางเศรษฐกิ จ โดยการประเมิ น ขั้นตํ่า 127,384.03 ลานบาทตอป ขณะเดียวกัน โครงสรางของกฎหมายมีสวนทําใหเกิดปญหาการกระจายการถือครองและการใชที่ดิน ไมเต็มประสิทธิภาพเนื่องจาก ก) การบังคับใชกฎหมายเกี่ยวกับปาไมไมไดผลในทางปฏิบัติ เพราะออกใชมานานและมีหลายฉบับ การปรับปรุงกฎหมายที่ผานมามิไดปรับเปลี่ยนไปตามสภาพของเศรษฐกิจและสังคมเทาที่ควร แตเนนไปที่การเพิ่ม โทษกับผูก ระทําความผิด มีการบุกรุกเขาอยูอ าศัยและทําประโยชนในพืน้ ทีส่ งวนของรัฐเปนจํานวนมากและเพิม่ ขึน้ โดยไมสามารถหยุดยั้งได เนื่องมาจากนโยบายรัฐและการแกไขที่มิไดเปนการแกปญหาอยางแทจริง ความลักลั่น ในการบังคับใชกฎหมาย และความแตกตางในสิทธิในที่ดินที่ประชาชนไดรับ ทําใหเกิดปญหาอื่นติดตามมา รวมทั้งการใชที่ดินอยางไมเต็มประสิทธิภาพ รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม” 39

Select target paragraph3