38 | รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
2539 และมีผลใช้บังคับกับไทยเมื่อวันที่ 29 มกราคม 254053 ประกอบด้วยวรรคอารัมภบท และบทบัญญัติ
53 ข้อ
2) กติ ก าระหว่า งประเทศว่ าด้ ว ยสิ ท ธิ ท างเศรษฐกิ จ สั ง คม และวั ฒ นธรรม (International
Covenant on Economic, Social and Cultural Rights - ICESCR) ประเทศไทยเข้ า เป็ น ภาคี โ ดยการ
ภาคยานุวัติ เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2542 และมีผลใช้บังคับกับไทยเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 254254 ประกอบด้วย
วรรคอารัมภบท และบทบัญญัติ 31 ข้อ
3) อนุสัญญาว่าด้วยการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรู ปแบบ (Convention on the Elimination
of All Forms of Discrimination Against Women หรื อ CEDAW) ประเทศไทยเข้ า เป็ น ภาคี โ ดยการ
ภาคยานุวัติ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2528 และมีผลใช้บังคับกับไทยเมื่อวันที่ 8 กันยายน 252855 วัตถุประสงค์
หลักของอนุสัญญาฉบับนี้ คือ การขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีทุกรูปแบบ รวมทั้งการประกันว่าสตรีและบุรุษมี
สิทธิที่จะได้รับการปฏิบัติและดูแลจากรัฐอย่างเสมอภาคกัน
ทั้งนี้อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบต่อสตรี ได้ถึงผู้สูงอายุเกี่ยวกับการ
ขจัดการเลือกปฏิบัติในผู้หญิงในสิทธิที่จะได้รับการประกันสังคม
4) อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child หรือ CRC) ประเทศ
ไทยเข้าเป็นภาคีโดยการภาคยานุ วัติ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2535 และมีผลใช้บังคับกับไทย เมื่อวันที่ 26
เมษายน 253556 ประกอบด้วยบทบัญญัติ 54 ข้อ ได้แก่ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของเด็กโดยตรง ซึ่งเน้นหลัก
พื้นฐาน 4 ประการ และแนวทางในการตีความอนุสัญญาทั้งฉบับ
5) อนุสั ญญาว่าด้วยการขจัดการเลื อกปฏิบัติทางเชื้อชาติใ นทุกรูปแบบ (Convention on the
Elimination of All Forms of Racial Discrimination หรื อ CERD) ประเทศไทยเข้ า เป็ น ภาคี โ ดยการ
ภาคยานุ วั ติ เมื่ อ วั น ที่ 28 มกราคม 2546 และมี ผ ลใช้ บั ง คั บ กั บ ไทยเมื่ อ วั น ที่ 27 กุ ม ภาพั น ธ์ 254657
ประกอบด้วยวรรคอารัมภบท และบทบัญญัติ 25 ข้อ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ส่วน
53
ประเทศไทยมีคาแถลงตีความใน 2 ประเด็นคือ (1) การใช้สิทธิการกาหนดเจตจานงตนเอง ซึ่ งไทยมิให้ตีความว่า
อนุญาตหรือสนับสนุนการกระทาใด ๆ ที่จะเป็นการแบ่งแยกดินแดน และ (2) เรื่องการห้ามโฆษณาชวนเชื่อเพื่อสงคราม นั้น
ไทยถือว่าไม่รวมถึงสงครามเพื่อป้องกันตนเอง ในกรณีที่ไทยจาเป็นต้องประชาสัมพันธ์และชักชวนให้ประชาชนรักชาติใ���กรณีที่
ต้องทาสงครามเพื่อป้องกันการ รุกรานจากประเทศอื่น.
54
ประเทศไทยมีคาแถลงตีความในการใช้สิทธิการกาหนดเจตจานงตนเอง ซึ่งไทยมิให้ตีความว่า อนุญาตหรือสนับสนุน
การกระทาใด ๆ ที่จะเป็นการแบ่งแยกดินแดน (ตามความหมายใน Vienna Declaration and Programme of Action).
55
ประเทศไทยมีคาแถลงตีความว่า ข้อบทในอนุสัญญา CEDAW ต้องสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญไทย และประเทศไทยมี
ข้อสงวนในข้อ 29 เกี่ยวกับการเสนอเรื่องให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศพิจารณา ในกรณีการพิพาทระหว่างรัฐภาคี.
56
โดยประเทศไทยมีข้อสงวนในข้อ 22 เรื่องสถานะของเด็กผู้ลี้ภัย.
57
โดยประเทศไทยมีคาแถลงตีความทั่วไปว่า รัฐบาลไทยจะไม่ตีความหรือใช้บทบัญญัติใด ๆ ที่ปรากฏในอนุสัญญาเป็น
พันธกรณีเกินกว่ารัฐธรรมนูญและกฎหมายภายในของไทยได้บัญญัติไว้ และประเทศไทยมีข้อสงวนต่อข้อ 4 โดยตีความว่าข้อ
บทดังกล่าวที่ให้รัฐภาคีดาเนินมาตรการเชิงบวกในการขจัดการกระตุ้นหรือการเลือกปฏิบั ติตามที่ระบุในข้อ 4 (ก) (ข) (ค) ก็
ต่อเมื่อพิจารณาเห็นว่ามีความจาเป็นที่จะต้องออกเป็นกฎหมายเท่านั้น และข้อ 22 ว่าด้วยกรณีเกิดข้อพิพาทระหว่างรัฐภาคี
โดยไม่สามารถเจรจาตกลงด้วยวิธีการ อื่นใด และรัฐคู่กรณีเสนอให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศพิจารณา.