4 | รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
ประเทศว่ า ด้ ว ยสิ ท ธิ พ ลเมื อ งและสิ ท ธิ ท างการเมื อ ง (International Covenant on Civil and Political
Rights หรือ ICCPR) ก็ได้วางหลักเกี่ยวกับความเสมอภาคและการห้ามเลือกปฏิบัติไว้ว่า “บุคคลทั้งปวงย่อม
เสมอกันตามกฎหมาย และมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองเท่าเทียมกันตามกฎหมาย โดยปราศจากการเลือก
ปฏิ บั ติ ใด ๆ …” นอกจากนี้ กติ ก าระหว่ า งประเทศว่ า ด้ ว ยสิ ท ธิ ท างเศรษฐกิ จ สั ง คม และวั ฒ นธรรม
(International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights หรื อ ICESCR) วางหลั ก เกี่ ย วกั บ
ความเสมอภาคและการห้ามเลือกปฏิบัติไว้ว่า “รัฐภาคีแห่งกติกานี้รับที่จะประกันว่า สิทธิทั้งหลายที่ระบุไว้ใน
กติกานี้ปราศจากการเลือกปฏิบัติใด ๆ …” จะเห็นได้ว่าหลักการความเสมอภาคหรือหลักความเท่าเทียมกัน
และการห้ามเลือกปฏิบัติเป็นหลักสาคัญ ปรากฏจากตราสารระหว่างประเทศอื่นในกรอบของสหประชาชาติ
รวมทั้งกฎหมายระหว่างประเทศระดับภูมิภาคและถ่ายทอดไปยั งกฎหมายภายในของประเทศต่าง ๆ สาหรับ
ประเทศไทยนั้น มีพันธกรณีตามความตกลงระหว่างประเทศหลายฉบับที่มีหลักการดังกล่าว ในระดับกฎหมาย
ภายในของไทยนั้น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจั กรไทยที่ผ่านมาหลายฉบับได้รับรองหลักความเสมอภาคและ
การห้ามเลือกปฏิบัติ6
ความเสมอภาคในทางกฎหมายเป็ นหลักการที่เป็นพื้น ฐานของความยุติธรรม เนื่องจากเป็ นหลักที่
เรียกร้องให้มีการปฏิบัติต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น ๆ อย่างเท่าเทียมกัน ในที่นี้อาจสรุปหลักเกณฑ์กว้าง ๆ
ของหลักความเสมอภาคได้ว่า จะต้องปฏิบัติต่อสิ่งที่มีสาระสาคัญเหมือนกันอย่างเท่าเทียมกั น และจะต้อง
ปฏิบัติต่อสิ่งที่มีสาระสาคัญแตกต่างกันให้แตกต่างกันไปตามลักษณะของเรื่องนั้น ๆ ส่วนประเด็นที่ว่า อะไรเป็น
สิ่งที่มีสาระสาคัญเหมือนกัน อะไรเป็นสิ่งที่มีสาระสาคัญแตกต่างกัน ในเรื่องนี้จะต้องอาศัยการพิจารณาเป็น
เรื่อง ๆ ไปและจะต้องมีเหตุผลอันสมควรรับฟังได้ เช่น การเปรียบเทียบในลักษณะของอาชีพระหว่างตารวจกับ
ครู โดยลักษณะอาชีพของทั้งสองอาชีพ��ั้น มีลักษณะที่แตกต่างกัน กล่าวคือ ตารวจมีหน้าที่จับผู้ร้าย ดังนั้นการ
ให้สิทธิแก่ตารวจในการมีอาวุธและพกพาอาวุธจึงไม่เป็นการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมกันระหว่างอาชีพตารวจกับ
ครู เพราะสาระสาคัญของอาชีพทั้งสองต่อการมีอาวุธปืนนั้นมีความแตกต่างกัน การเปรียบเทียบเพื่อนาไปสู่ข้อ
สรุป ว่ามีการปฏิบั ติอย่างเท่ าเทียมกัน หรือไม่ จึงจ าเป็ นต้องเปรี ยบเทียบก่อนว่าทั้งสองสิ่ งนั้ นมีส าระสาคัญ
เหมือนหรือต่างกันหรือไม่อย่างไร7
ส่วนการเลือกปฏิบัตินั้น อาจกล่าวได้ว่าเป็นคาที่ตรงกันข้ามกับความเสมอภาค กล่าวอย่างสั้นที่สุด
การเลือกปฏิบัติก็คือการปฏิบัติโดยไม่เสมอภาคนั่นเอง “การเลือกปฏิบัติ” (Discrimination) จึงหมายถึง การ
กระทาที่ทาให้เกิดความแตกต่างอย่างไร้ความยุติธรรมของปัจเจกชนหรือกลุ่มชน รวมถึงพฤติกรรมที่มีอคติ
(Prejudicial Behavior) ที่ต่อต้านผลประโยชน์ของ (กลุ่ม) คนที่ไร้ซึ่งอานาจ ภายใต้โครงสร้างทางสังคมนั้น ๆ
อาทิ กลุ่ มผู้ ห ญิ ง กลุ่ มชาติพันธุ์ กลุ่ มผู้สู งอายุ กลุ่มคนพิการและรวมถึงกลุ่ มผู้ใช้แรงงาน (Working Class)
โดยทั่วไปในสังคม
6
จาก รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่ าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ (น. 1), โดย คณาธิป
ทองรวีวงศ์ และคณะ, 2560, เสนอสานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ.
7
จาก สารานุกรมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 เล่ม 7 หลักพื้นฐานสิทธิเสรีภาพและหลักความ
เสมอภาคและหน้าที่ของชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ, โดย บรรเจิด สิงคะเนติ, 2552, กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า.