โครงการศึกษาวิจัยเพื่อจัดทาข้อเสนอแนะนโยบายหรือมาตรการเพื่อคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิของผู้สูงอายุ :11
กรณีการเลือกปฏิบัติในผู้สูงอายุ | 3
1.1.2 การถูกเลือกปฏิบัตขิ องผูส้ งู อายุในประเทศไทย
ในการเปลี่ย นผ่านเข้าสู่ สังคมสู งอายุของประเทศไทย ที่ส่ งผลให้ประชากรสูงอายุ มีจานวนเพิ่มขึ้น
โครงสร้างครอบครัวและความสัมพันธ์ในครอบครัวเปลี่ยนไป รวมทั้งสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคม และ
เทคโนโลยี เปลี่ ยนไปในทิศทางที่ทาให้ การดารงชีวิตของผู้สู งอายุ มีความซับ ซ้อนและต้องพึ่ งพาสมาชิกใน
ครอบครัวหรือบุคคลอื่นมากขึ้น รวมทั้งสมาชิกในครอบครัวและบุคคลในสังคมรอบตัวของผู้สูงอายุก็ต้องมีการ
ปรับตัวในการให้การดูแล ภายใต้ แนวโน้มที่จะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่รีบด่วนและอิสระมากขึ้น ในบางกรณีบุตร
หลานอาจจะต้องออกจากงาน ขาดรายได้เพื่ อมาดูแลบุพการี ทาให้ เกิดความเครียดและอาจเกิดการเลือก
ปฏิ บั ติ ต่ อ ผู้ สู ง อายุ อ ย่ า งไม่ เป็ น ธรรม (Unfair discrimination)4 ทั้ ง การเลื อ กปฏิ บั ติ ท างตรง (Direct
discrimination) ในลักษณะของการละเลย ทอดทิ้ง หรือทาร้ายได้ เนื่องจากเป็นผู้ที่มีอายุสูงขึ้น สมรรถนะทาง
ร่างกาย จิตใจ และการรับรู้ความทรงจาลดลง และการเลือกปฏิบัติทางอ้อม (Indirect discrimination) จาก
ลักษณะในการจ้างงานที่มีการกาหนดอายุเกษียณที่อายุ 55 ปี หรือ 60 ปี ทาให้ผู้สูงอายุที่มีศักยภาพและความ
ต้องการทางาน ไม่ส ามารถทางานต่อได้ การเลือกปฏิบัติต่ออายุ จึงได้กลายเป็นประเด็นสาคัญประเด็นหนึ่งที่
เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้สูงอายุในสังคมไทย ข้อมูลจากรายงานการวิจัยเรื่อง การเลือ ก
ปฏิบัติต่อคนพิการ เด็ก ผู้หญิง และผู้สูงอายุ 5 ระบุว่า การรับรู้เรื่องการเลือกปฏิบัติต่อผู้สูงอายุยังเป็นอยู่อย่าง
จากัด เป็นที่เข้าใจในวงวิชาการหรือนักกฎหมายเท่านั้น ในขณะที่ประชาชนโดยทั่วไปยังคงมองการเลือกปฏิบัติ
ต่อผู้สูงอายุในชีวิตประจาวันว่า เป็นเรื่องปกติและผู้สูงอายุเหล่านั้นไม่ได้ถูกละเมิดสิทธิใด ๆ แม้ปรากฏการณ์
การเลือกปฏิบัติต่อผู้สูงอายุในสังคมไทย โดยเฉพาะการเลือกปฏิบัติในช��วิตประจาวันในระดับปัจเจกบุคคลยังไม่
ชัดเจน แต่ในระดับนโยบายจะเห็นได้ชัดเจนกว่า ในการเลือกปฏิบัติต่อผู้สูงอายุในลักษณะของการใช้มาตรการ
เชิงบวก อาทิ ประเด็น การจั ดสวัส ดิการให้ กับ ผู้ สู งอายุ และการเลื อกปฏิ บั ติในการบั งคับ ใช้กฎหมายของ
เจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ สาเหตุหลักที่นาไปสู่การเลือกปฏิบัติต่อผู้สูงอายุในสังคมไทย ได้แก่ (1) อคติทางอายุเชิงลบที่มี
ต่อผู้สูงอายุ (2) ผู้สูงอายุไม่รับ รู้หรือไม่ตระหนักถึงสิทธิของตนเอง และ (3) ข้อจากัดด้านกฎหมายและการ
บังคับใช้กฎหมาย
หลักความเสมอภาคและไม่เลือกปฏิบัติเป็นหลักสาคัญของสิทธิมนุษยชน ซึ่งปรากฏให้เห็นจากตราสาร
ระหว่ า งประเทศหลายฉบั บ เริ่ ม ตั้ ง แต่ ป ฏิ ญ ญาสากลว่ า ด้ ว ยสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน. ค.ศ. 1948. (Universal
Declaration of Human Rights หรือ UDHR) วางหลักเกี่ยวกับความเสมอภาคไว้ว่า “มนุษย์ทั้งหลายเกิดมามี
อิสระและเสมอภาคกันในศักดิ์ศรีและสิทธิ ต่างมี เหตุผลและมโนธรรม และควรปฏิบัติต่อกันด้วยเจตนารมณ์
แห่งภราดรภาพ” นอกจากนี้ยั งวางหลักการห้ ามเลือกปฏิบัติไว้ว่า “บุคคลทุกคนย่อมมีสิ ทธิและอิสรภาพ
บรรดาที่ กาหนดไว้ในปฏิ ญ ญานี้ โดยปราศจากความแตกต่างไม่ว่าชนิดใด ๆ …” สาหรับกติการะหว่าง
4
From Anti-Discriminatory Practice, by Neil Thompson, 2006, NY: Palgrave Macmillan, in การเลื อ ก
ปฏิบัติต่อคนพิการ เด็ก ผู้หญิง และผู้สูงอายุ (น. 19-20), โดย อนรรฆ พิทักษ์ธานิน และคณะ, 2556, กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัย
ระบบสาธารณสุข (สวรส.).
5
จัดทาโดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส) พฤศจิกายน 2556.