อยูภ่ ายใต้ความรับผิดชอบของคณะอนุกรรมการทีร่ บั ผิดชอบในประเด็นสารัตถะ จึงท�ำให้การประสานงานทัง้ ในระดับระหว่าง
ประเทศและในระดับภูมิภาคเพื่อสร้างความตระหนักรู้ และความร่วมมือที่เกี่ยวข้องยังด�ำเนินการไม่ประสบผลเท่าที่ควร
ดังนั้น ข้อเสนอเชิงโครงสร้างที่ กสม. ควรพิจารณาด�ำเนินการโดยทันที โดยไม่จ�ำต้องแก้ไขกฎหมายจัดตั้ง คือ การจัดตั้ง
หน่วยงานเฉพาะด้านอาเซียนหรือด้านกิจการอาเซียน (Unit on ASEAN Affairs) เช่น หน่วยงานภายในระดับกอง หรือ
คณะอนุกรรมการ ซึ่งแต่งตั้งโดย กสม. ที่มีกรอบอ�ำนาจหน้าที่พิจารณาประเด็นเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนข้าม
พรมแดนในอาเซียนและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียน โดยเฉพาะ AICHR ซึง่ หากหน่วยงาน
ที่มีภารกิจเฉพาะด้านอาเซียนดังกล่าวสามารถด�ำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถสร้างความเข้มแข็งให้กับ
ทั้งการปฏิบัติหน้าที่ของ กสม. ในบริบทประชาคมอาเซียน และการท�ำงานของกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียนเองอีกด้วย
ทัง้ นี้ ประเด็นทีส่ ำ� คัญ คือ การจัดตัง้ หน่วยงานภายในเพือ่ ให้สามารถส่งต่อองค์ความรูแ้ ละพัฒนาศักยภาพขององค์กรในด้าน
กิจการอาเซียนได้อย่างต่อเนื่อง
๒. การเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกสิทธิมนุษยชนของอาเซียนและของประเทศสมาชิก
ในอาเซียนให้กับบุคลากร
ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียนและในประเทศสมาชิกอาเซียนถือเป็น
พื้นฐานส�ำคัญในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพของบุคลากรของ ส�ำนักงาน กสม. ในการตรวจสอบการละเมิด
สิทธิมนุษยชนและการพัฒนามาตรฐานสิทธิมนุษยชนทั้งในระดับป��ะเทศและระดับภูมิภาค ทั้งนี้ ประเด็นที่ส�ำคัญเบื้องต้น
คือ ความเข้าใจเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนซึ่งยังมีความสับสนว่าเป็นการรวมตัวเฉพาะเพื่อประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ
และการสร้างฐานการผลิตร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกเท่านั้น และยังขาดความตระหนักเกี่ยวกับประเด็นการละเมิด
สิทธิมนุษยชนข้ามพรมแดนซึ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดความถี่และความรุนแรงมากยิ่งขึ้นภายใต้กรอบการรวมตัวทางเศรษฐกิจ
(Economic integration) ซึ่งมีการขจัดอุปสรรคในการเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตต่างๆ และเอื้อให้ทุนและการจัดตั้งหน่วย
ธุรกิจสามารถด�ำเนินการได้ง่ายดายยิ่งขึ้น โดยมิจ�ำต้องกล่าวถึงสมรรถนะด้านการใช้ภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาทางการของ
ประชาคมอาเซียน ซึ่งการพัฒนาความเข้าใจองคาพยพและการท�ำงานของประชาคมอาเซียน ผลกระทบ (ทั้งด้านบวกและ
ลบ) จากการรวมตัวทางเศรษฐกิจและความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษให้กับบุคลากรของ ส�ำนักงาน กสม. นี้เป็นสิ่งที่
สามารถและสมควรด�ำเนินการควบคู่กับการจัดตั้งคณะอนุกรรมการด้านอาเซียนที่ได้เสนอในหัวข้อก่อนหน้านี้
๗.๒ มุมมองและข้อเสนอแนะต่อบทบาทของประเทศไทยในการปฏิรูปสิทธิมนุษยชนในอาเซียน
นอกเหนื อ จากแนวทางการปฏิ รู ป สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนที่ ส ามารถด� ำ เนิ น การได้ ใ นระดั บ ประเทศแล้ ว
ประเทศไทยยังสามารถแสดงบทบาทโดยตรงในระดับภูมิภาคในด้านสิทธิมนุษยชนได้อย่างหลากหลาย โดยขอหยิบยก
ประเด็นที่ส�ำคัญเพื่อให้พิจารณาด�ำเนินการ ดังนี้
96
ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ