เป็นสิ่งส�ำคัญและจ�ำเป็นต่อการสร้างประชาคม การเป็นประชาคมเดียวกันของอาเซียนย่อมหมายความว่า ประชาชน
ในอาเซียนมีหลักการพื้นฐานและมีเป้าหมายระยะยาวร่วมกันและการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเทศ
สมาชิกหนึง่ ย่อมเป็นประเด็นทีป่ ระชาชนของประเทศสมาชิกอืน่ ๆ และประชาคมต้องให้ความสนใจและสามารถหยิบยกขึน้
พิจารณาเพื่อให้มีการพัฒนาปรับปรุงได้ ในประเด็นนี้สหภาพยุโรป (European Union) เป็นตัวอย่างที่ดีต่ออาเซียนใน
แง่ที่ว่า ประเทศที่มีความแตกต่างกันในระดับที่มากกว่าภูมิภาคอาเซียน และเคยก่อสงครามระหว่างกันหลายครั้งใน
ประวัติศาสตร์ ยังสามารถรวมตัวกันได้ทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคมและวัฒนธรรม โดยยึดถือหลักการสิทธิมนุษยชน
เป็นพื้นฐานที่ส�ำคัญประการหนึ่ง (นอกเหนือจากหลักประชาธิปไตยและหลักนิติรัฐ) จึงไม่มีเหตุผลใดที่ความแตกต่างใน
ด้านต่าง ๆ ของประเทศสมาชิกอาเซียนจะถูกหยิบยกเป็นประเด็นต่อการพัฒนาประชาคมที่ยึดถือหลักการสิทธิมนุษยชน
อย่างสากล นอกจากนั้น ลักษณะจ�ำเพาะของประเทศสมาชิกที่พึงต้องค�ำนึงถึง ต้องเป็นลักษณะจ�ำเพาะที่ส่งเสริมหลักการ
พื้นฐานของประชาคม เช่น หลักการสิทธิมนุษยชน เท่านั้นโดยไม่อาจกล่าวอ้างถึงความจ�ำเพาะในด้านการใช้ความรุนแรง
และการใช้สิทธิของคนหมู่มากเพื่อละเมิดสิทธิของคนกลุ่มที่มีอ�ำนาจต่อรองน้อยกว่า
๒. กระบวนการสรรหาและสถานะของผู้แทน
นอกจากประเด็นความเข้าใจหลักการสิทธิมนุษยชน��ล้ว กระบวนการสรรหาและคัดเลือกผูแ้ ทน
AICHR เป็นอีกประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ ซึ่งสามารถแยกพิจารณาได้ ดังนี้
๑) ส�ำหรับประเด็นกระบวนการสรรหาผูแ้ ทน เอกสารขอบเขตอ�ำนาจหน้าทีก่ ำ� หนดให้ประเทศ
สมาชิกควรปรึกษากับผู้มีส่วนได้เสียที่เหมาะสมในการแต่งตั้งผู้แทนเข้าร่วมในคณะกรรมาธิการ ทั้งนี้ หากเป็นข้อก�ำหนด
ตามกระบวนภายในของประเทศสมาชิก ในทางปฏิบตั ิ วิธกี ารสรรหาและคัดเลือกผูแ้ ทนประเทศสมาชิกทีใ่ ช้กนั มีอยู่ ๒ วิธี
วิธีแรกคือการที่ประเทศสมาชิกจัดกระบวนการสรรหาผู้แทนแบบเปิด คือ มีการเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ามาเป็นผู้แทน
AICHR และวิธีที่สอง คือ การที่รัฐบาลของประเทศสมาชิกแต่งตั้งผู้แทนเองตามความเหมาะสม มาตรฐานของกระบวนการ
สรรหาและคัดเลือกที่แตกต่างกันย่อมน�ำมาสู่ที่มาและสถานะตลอดจนระดับความเข้าใจและทัศนคติต่อประเด็นสิทธิ
มนุษยชนทีแ่ ตกต่างกันระหว่างผูแ้ ทนของแต่ละประเทศ ส�ำหรับประเทศไทย ในการแต่งตัง้ ผูแ้ ทนใน AICHR ทีผ่ า่ นมาใช้
วิธีการเปิดรับสมัครอย่างเปิดเผยและมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาคุณสมบัติและวิสัยทัศน์ของผู้สมัคร
เป็นผู้แทน ในภาพรวมของ AICHR ผู้แทนของประเทศสมาชิกส่วนใหญ่เป็นข้าราชการหรืออดีตข้าราชการจากกระทรวง
การต่างประเทศของประเทศสมาชิกที่แต่งตั้ง ส่วนน้อยจะมีที่มาจากภาคส่วนอื่น เช่น นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน
(ในกรณีอินโดนีเซีย) หรือนักกฎหมายที่มิได้มีสถานะเป็นข้าราชการ (ในกรณีประเทศไทย)
๒) มีขอ้ ก�ำหนดหลายประการในเอกสารขอบเขตอ�ำนาจหน้าทีท่ นี่ ำ� มาสูก่ ารตีความทีแ่ ตกต่างกัน
เกีย่ วกับกรอบการท�ำงานและสถานะของผูแ้ ทน โดยในประการแรก ผูแ้ ทนจะต้องปฏิบตั หิ น้าทีอ่ ย่างเป็นกลาง (Impartially)
ต��มกฎบัตรอาเซียนและเอกสารขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่ ในขณะทีย่ งั มีขอ้ ก�ำหนดอีกข้อหนึง่ ทีก่ ำ� หนดให้ผแู้ ทนมีความรับผิดชอบ
(Accountable) ต่อรัฐบาลที่แต่งตั้ง และแม้ว่าผู้แทนจะมีวาระการด�ำรงต�ำแหน่งที่แน่นอน คือ ๓ ปี แต่รัฐบาลประเทศ
ที่แต่งตั้งอาจเปลี่ยนผู้แทนได้ตามที่เห็นสมควร ข้อก�ำหนดที่มีความแตกต่างกันดังกล่าวท�ำให้เกิดการตีความสองทาง
ในทางหนึ่ง ผู้แทนใน AICHR ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลางซึ่งหมายถึงความเป็นอิสระในการท�ำงานและให้ความเห็น
เกี่ยวกับประเด็นสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นเอกเทศ ในอีกทางหนึ่ง มีการให้ความเห็นว่า ผู้แทน AICHR มีความรับผิดชอบ
ต่อรัฐบาลที่แต่งตั้ง ซึ่งหมายถึงการขอรับนโยบายและรายงานการท�ำงานต่อรัฐบาล (ซึ่งมีอ�ำนาจถอดถอนผู้แทนก่อนครบ
วาระ) ซึง่ ความแตกต่างนีป้ ระกอบกับข้อเท็จจริงเกีย่ วกับสถานะของผูแ้ ทนทีไ่ ด้กล่าวถึงข้างต้นทีว่ า่ ผูแ้ ทนส่วนใหญ่มสี ถานะ
84
ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ