รายงานผลการปฎิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
การแพร่ระบาดของโรคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
โดยผู้ประกอบการบางแห่งฉวยโอกาสเลิกจ้างแรงงานหญิง
ที่ตั้งครรภ์ จ�ำนวน 10 คน และคนพิการอีก 1 คน โดยที่ลูกจ้าง
บางคนถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้รับค่าชดเชยตามกฎหมาย บางราย
ถูกบังคับให้เขียนใบลาออก โดยอ้างว่าบริษัทไม่สามารถด�ำเนิน
ธุรกิจได้และมีความจ�ำเป็นต้องลดอัตราก�ำลังการผลิตส่งผล
ให้ต้องเลิกจ้าง ซึ่งลูกจ้างบางคนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวและเป็น
เสาหลักของครอบครัว เมือ่ ถูกเลิกจ้างท�ำให้ตอ้ งตกอยูใ่ นสภาวะ
ตึงเครียดเป็นอย่างมาก เช่น ไม่มีเงินไปตรวจครรภ์ มีภาระต้อง
เลี้ยงดูบุตรคนอื่น ๆ และมารดาที่แก่ชรา ค่าใช้จ่ายที่จ�ำเป็น
ประจ�ำวัน เป็นต้น ประกอบกับเมื่อถูกเลิกจ้างแล้ว ต้องประสบ
กับความยากล�ำบากในการหางานใหม่ เนื่องจากการมีภาวะ
ตั้งครรภ์ อีกทั้งความตึงเครียด กดดัน และความกังวลจะส่งผล
โดยตรงต่ อ ลู ก ในครรภ์ ซึ่ ง ไม่ เ ป็ น ไปตามรั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง
ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 พระราชบัญญัติคุ้มครอง
แรงงาน พ.ศ. 2541 อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิการคุ้มครองความ
เป็นมารดา ฉบับที่ 183 และหลักการชี้แนะเรื่องสิทธิมนุษยชน
ส�ำหรับธุรกิจ (UN Guiding Principle On Business and Human
Rights: UNGPs) ผู้ร้องจึงขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติ ด�ำเนินการตรวจสอบและเสนอแนะมาตรการหรือ
แนวทางในการแก้ไขปัญหา รวมถึงการเยียวยาผู้ได้รับความ
เสียหายป้องกันผลกระทบที่จะเกิดต่อสถาบันครอบครัวต่อไป
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาประเด็น
ผูเ้ สียหาย ทัง้ 5 ราย แล้วเห็นว่าเป็นกรณีทผี่ เู้ สียหายถูกนายจ้าง
บังคับเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ไม่จา่ ยค่าชดเชยการเลิกจ้าง หรือ
จ่ายค่าชดเชยการเลิกจ้างไม่เป็นไปตามที่กฎหมายก�ำหนด
จึงได้ประสานการคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนโดยส่งเรือ่ งในประเด็นนี้
ให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเพื่อพิจารณาด�ำเนินการ
ตามหน้าที่และอ�ำนาจ
ทั้งนี้ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานแจ้งว่า ได้
ด�ำเนินการตรวจสอบและด�ำเนินการตามหน้าทีแ่ ละอ�ำ��าจแล้ว
โดยพนักงานตรวจแรงงาน ส�ำนักงานสวัสดิการและคุ้มครอง
แรงงานจังหวัดระยองได้รับค�ำร้อง (คร.7) ของผู้เสียหาย และ
ได้ มี ค� ำ สั่ ง พนั ก งานตรวจแรงงานให้ บ ริ ษั ท นายจ้ า งจ่ า ยเงิ น
ค่าชดเชย ค่าตอบแทนระหว่างหยุดกิจการชั่วคราว ค่าจ้าง
ในวันหยุดพักผ่อนประจ�ำปีให้กับผู้ร้อง แต่นายจ้างได้ยื่นฟ้อง
เพิกถอนค�ำสั่งพนักงานตรวจแรงงานต่อศาลแรงงานภาค 2
(สาขาระยอง) เมือ่ วันที่ 16 กันยายน 2563 ศาลแรงงานก�ำหนด
095
นัดหมายไกล่เกลี่ย อนึ่ง เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2563 เจ้าหน้าที่
รับเรื่องร้องเรียนได้สอบถามไปยังผู้เสียหายทราบข้อมูลว่า
เมือ่ วันที่ 16 กันยายน 2563 ได้ทำ� การไกล่เกลีย่ กับนายจ้างแล้ว
มีขอ้ สรุปว่านายจ้างยอมจ่ายเงินร้อยละ 55 ของยอดเงินทัง้ หมด
ตามที่พนักงานตรวจแรงงานมีค�ำสั่ง จึงได้ตกลงยุติข้อพิพาท
นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและ
ความมั่นคงของมนุษย์ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้เสียหายรายอื่นอีก
อนึง่ จากการประสานการคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนในประเด็นตาม
เรื่องร้องเรียนดังกล่าว กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้
แจ้งผลการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาตามหน้าทีแ่ ละอ�ำนาจแล้ว
กรณีที่ 6 ขอให้สำ� รวจและจัดท�ำทะเบียนประวัตบิ คุ คล
ที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน
ผู้ร้องทั้งห้าได้จัดท�ำโครงการคลินิกกฎหมายชาวบ้าน
โดยมีเป้าหมายส�ำคัญในการสร้างพื้นที่เรียนรู้และให้ความ
ช่วยเหลือทางกฎหมายเกี่ยวกับปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล
โดยเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้ร้องทั้งห้าได้ลงพื้นที่ส�ำรวจ
ทีอ่ ำ� เภอสวนผึง้ จังหวัดราชบุรี พบว่า มีเด็กหญิงทีไ่ ม่มหี ลักฐาน
แสดงตน ไม่มีเอกสารรับรองการเกิดในราชอาณาจักรไทย
กล่าวคือ เป็นบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติ โดยมีพยานเอกสารแล��
พยานบุคคลว่า เด็กหญิงรายดังกล่าวอาศัยอยู่ในราชอาณาจักร
ไทยมาตัง้ แต่ปี 2549 (ระยะเวลาประมาณ 5 ปี) ณ บ้านธารหทัย
ต�ำบลป่าหวาย อ�ำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี จึงขอให้ส�ำรวจ
และจัดท�ำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน
เพื่อออกบัตรประจ�ำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน อนึ่ง
ผู้ร้องทั้งห้าได้ร้องเรียนไปยังอธิบดีกรมการปกครอง รองอธิบดี
กรมการปกครองฝ่ายทะเบียนและสารสนเทศ ผู้ว่าราชการ
จังหวัดราชบุรี และนายอ�ำเภอสวนผึง้ ด้วยแล้ว ขณะนีอ้ ยูร่ ะหว่าง
การพิจารณาด�ำเนินการ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
จึงประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนโดยส่งเรื่องไปยังส�ำนัก
ทะเบียนอ�ำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี พิจารณาด�ำเนินการ
ตามหน้าที่และอ�ำนาจต่อไป โดยอ�ำเภอสวนผึ้งได้นัดหมาย
ให้ผู้ร้องไปให้ถ้อยค�ำประกอบการสอบสวนเกี่ยวกับการส�ำรวจ
และจัดท�ำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน
ณ ทีว่ า่ การอ�ำเภอสวนผึง้ กลุม่ งานทะเบียนและบัตร เมือ่ วันที่ 7
สิงหาคม 2563 และอยูร่ ะหว่างการพิจารณาขึน้ ทะเบียนประวัติ
บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน
บทที่
3