รายงานผลการปฎิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
จากตารางที่ 7 ข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทาง
ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่คณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เสนอไปยังคณะรัฐมนตรี รัฐสภา หรือ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีจ�ำนวน 97 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นประเภท
สิทธิชุมชน ตัวอย่างเช่น กรณีปัญหาพนักงานจ้างเหมาบริการ
ในหน่วยงานของรัฐไม่ได้รับความเป็นธรรมในการปฏิบัติงาน
กรณีการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะของคนพิการ กรณีนโยบาย
เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษส่งผลกระทบต่อประชาชน กรณี
โครงการก่อสร้างเขือ่ นป้องกันตลิง่ ริมทะเลอาจส่งผลกระทบต่อ
สิง่ แวดล้อมและชุมชน กรณีหน่วยงานของรัฐออกหนังสือส�ำคัญ
ส�ำหรับที่หลวงทับที่ดินท�ำกินของราษฎร เป็นต้น
3) การเยียวยาผูไ้ ด้รบั ความเสียหายจากการถูกละเมิด
สิทธิมนุษยชน
การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนรวมถึงการรับเรื่องร้องเรียน
การละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นอ�ำนาจหน้าที่ประการหนึ่งของ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ก�ำหนดไว้ในหลักการ
ปารีส (Paris Principles Relating to the Status of National
Institutions for the Promotion and Protection of Human
Rights) โดยในการรับเรื่องร้องเรียนและการตรวจสอบการ
ละเมิดสิทธิมนุษยชน นัน้ หลักการปารีสได้กำ� หนดแนวทางต่าง ๆ
ที่สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอาจด�ำเนินการไว้โดยเฉพาะ
ได้ แ ก่ การแสวงหาแนวทางยุ ติ ป ั ญ หาอย่ า งฉั น มิ ต รผ่ า น
กระบวนการไกล่ เ กลี่ ย ภายในขอบเขตที่ ก ฎหมายบั ญ ญั ติ
การแจ้งให้ผู้ร้องได้ทราบถึงสิทธิต่างๆ โดยเฉพาะสิทธิที่จะได้
รับการเยียวยา การส่งเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไปยังหน่วยงานที่
มีอำ� นาจหน้าทีภ่ ายในขอบเขตทีก่ ฎหมายบัญญัติ และการจัดท�ำ
ข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
หากเป็นกรณีทกี่ ฎหมาย กฎ ระเบียบและแนวปฏิบตั ทิ มี่ อี ยูเ่ ป็น
อุปสรรคในการใช้สิทธิของบุคคล
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้พิจารณาเรื่อง
ร้องเรียนและตรวจสอบเรือ่ งร้���งเรียนทีก่ ล่าวอ้างว่ามีการละเมิด
สิทธิมนุษยชน โดยอาศัยอ�ำนาจตามมาตรา 26 (1) และ (3) และ
มีขอ้ เสนอแนะในการเยียวยาให้กบั ผูไ้ ด้รบั ความเสียหายจากการ
ละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งได้ประสานการด�ำเนินงานหรือ
แสวงหาความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชน และ
ภาคประชาสั ง คม ตามมาตรา 33 แห่ ง พระราชบั ญ ญั ติ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ทัง้ นี้ เพือ่ ให้การ
091
เยียวยาหรือแก้ไขปัญหามีประสิทธิภาพและประสิทธิผลได้ยดึ หลัก
การส�ำคัญในการเยียวยาตามมาตรฐานสากล ได้แก่ 1) การท�ำให้
กลับสู่สภาพเดิมรวมถึงการเยียวยาในกลไกทางกระบวนการ
ยุตธิ รรม การฟืน้ ฟูสทิ ธิตามกฎหมาย การกลับสูก่ ารจ้างงาน และ
การคืนทรัพย์สนิ 2) การได้รบั การฟืน้ ฟูรวมถึงสถานะทางสังคม
และการกลับเข้าสู่สังคม 3) การท�ำให้พอใจทั้งโดยค�ำพิพากษา
ศาลและการยอมรับความผิด ทัง้ นี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มขี อ้ เสนอแนะด้านการ
เยียวยาที่เกิดผลสัมฤทธิ์ในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่ส�ำคัญ
หลายกรณี ดังนี้
3.1 การส่งเรือ่ งร้องเรียนไปยังหน่วยงานทีม่ หี น้าทีแ่ ละ
อ�ำนาจตามกฎหมายเพือ่ แก้ไขเยียวยาปัญหา ทัง้ ในลักษณะการ
เยียวยาทางกระบวนการยุตธิ รรมและสิทธิตามกฎหมายเพือ่ ลด
ความเสียหายหรือผลกระทบที่เกิดขึ้น และการท�ำให้ประชาชน
ผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนมีความพึงพอใจ อาทิ กรณีผู้ต้องขัง
ขอให้พนักงานสอบสวนเร่งรัดการด�ำเนินคดีทถี่ กู อายัดตัวในคดี
อาญาหลายคดี ได้ร้องเรียนขอความช่วยเหลือจ�ำนวน 37 เรื่อง
โดยกล่าวอ้างว่า กระบวนการสอบสวนล่าช้าท�ำให้ผู้ต้องขังเสีย
สิทธิประโยชน์ตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ รวมทั้งกระทบ
ต่อสิทธิที่จะได้รับการสอบสวน ด�ำเนินคดีด้วยความรวดเร็ว
ต่อเนื่องและเป็นธรรม อันเป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองไว้ตาม
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา
68 วรรคหนึ่ง กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและ
สิทธิทางการเมือง ข้อ 9 วรรคสาม และประมวลกฎหมายวิธี
พิจาณาความอาญา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้สง่
เรือ่ งให้สำ� นักงานต�ำรวจแห่งชาติเพือ่ พิจารณาสัง่ การให้เร่งรัดคดี
มีความส�ำเร็จจ�ำนวนมาก
3.2 การจัดท�ำข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อเยียวยาผู้ได้รับความเสียหาย ทั้งในลักษณะของการชดใช้
ค่าสินไหม การจัดตัง้ กลไกแก้ไขปัญหาเพือ่ สร้างความเป็นธรรม
และฟืน้ ฟูสทิ ธิ ซึง่ เป็นการเยียวยาทัง้ ในเชิงปัจเจกและเชิงระบบ
อาทิ
1) สิทธิชมุ ชน กรณีราษฎรต�ำบลตลิง่ ชัน อ�ำเภอเหนือ
คลอง จังหวัดกระบี่ ได้รับผลกระทบจากการขนถ่ายน�้ำมันเตา
บริเวณท่าเทียบเรือและคลังน�้ำมันบ้านคลองรั้วของการไฟฟ้า
ฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ท�ำให้เกิดความเสียหายแก่อุปกรณ์
บทที่
3